เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ศาลาว่าการกทม.2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึง สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับสีแดงในพื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก 3–4 เขต , จ.ปทุมธานี และอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า สาเหตุหลักมาจากการเผาชีวมวลทางการเกษตรในจังหวัดปริมณฑล และจังหวัดที่อยู่เหนือลม ประกอบกับสภาพอากาศที่ปิดในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้า ทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่กทม.เปรียบเสมือนมีฝาชีครอบอยู่ หากช่วงบ่ายอุณหภูมิสูงขึ้นและอากาศเปิดมากขึ้น สถานการณ์มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงได้
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและซากพืชในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เผาสะสมเริ่มต้นประมาณ 13,000 ไร่ และเพิ่มขึ้นเกือบ 20,000 ไร่ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ส่งผลให้กลุ่มควันจำนวนมากเคลื่อนตัวเข้าสู่กทม.ตามทิศทางลม ทำค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว และประเวศ รวมถึง จ.ปทุมธานีบางส่วน และอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งก็เป็นไปตามทิศทางลม โดยเฉพาะในช่วงเช้าวันนี้
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นรุนแรงในช่วงเช้า คือ ภาวะอากาศปิดหรืออุณหภูมิผกผัน ส่งผลให้อากาศนิ่งและการระบายตัวของฝุ่นทำได้ยาก ฝุ่นละอองจากการเผาในช่วงก่อนหน้าจึงสะสมใกล้พื้นดินมากขึ้น แม้จะมีฝุ่นจากแหล่งกำเนิดอื่น เช่น การจราจรอยู่บ้าง แต่ถือเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับฝุ่นที่มาจากการเผาชีวมวลในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากค่าฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำกทม.ไม่ได้มุ่งโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยร่วมมือกับจังหวัดต้นทาง ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมถึงต้องหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรให้มีทางเลือกอื่นในการจัดการซากพืช เพื่อลดความจำเป็นในการเผา ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาฝุ่นควัน เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยชีวมวล รถอัดฟางข้าว เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สถานการณ์ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ฝั่งตะวันออก งดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างเหมาะสม ขณะที่สถานศึกษายังคงเปิดทำการตามปกติ เนื่องจากโรงเรียนมีมาตรการดูแลพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ แต่ละเขตสามารถพิจารณาปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ได้
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า ในวันที่ 29 ม.ค. เป็นต้นไป คาดว่าอัตราการระบายอากาศจะดีขึ้น จึงขอความร่วมมือในการ work from home (WFH) ทำงานที่บ้านเพื่อลดปัญหาจราจร การลดอัตราการเสี่ยงที่จะเจอฝุ่นนอกบ้าน
ด้านนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค.นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะออกประกาศห้ามเผา พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ แล้วจะมีการลงโทษผู้เผา โดยการตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรนาน 2 ปี จึงอยากขอให้จังหวัดต่างๆ ช่วยเฝ้าระวังการเผา เพราะในช่วง 3 วันสุดท้ายจะเกิดการเผาในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เผยแพร่ข้อความ กทมขอความร่วมมือ WFH วันที่ 29-30 ม.ค.69 คาดการณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มากกว่า 35 เขต.



