นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า จังหวัดสตูลมีนโยบายเชิงรุกในการใช้ “Event Marketing” เป็นเครื่องมือหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 โดยมีเป้าหมายที่ 12 อีเวนต์สำคัญตลอดทั้งปี สำหรับงานมรกตอันดามันฯ ถือเป็นงานระดับ Flagship ที่จัดต่อเนื่องมาถึง 18 ปี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของภาคบริการและอาหารในพื้นที่ แม้ในปีนี้จะมีความท้าทายด้านงบประมาณ แต่ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานจังหวัด และ อบจ.สตูล จึงสามารถขับเคลื่อนงานนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างยิ่งใหญ่เพื่อพี่น้องประชาชน

ด้านนายวิชิต แซ่ลิ่ม นายกเทศมนตรีตำบลกำแพง ในฐานะเจ้าภาพจัดการงานอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า “งานมรกตอันดามันฯ ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การออกร้านขายอาหาร แต่คือการสร้าง ‘Platform’ ให้ผู้ประกอบการในเขตเทศบาลตำบลกำแพงและพื้นที่ใกล้เคียงได้แสดงศักยภาพ งานในปีนี้จัดขึ้น 7 วัน 7 คืน เพื่อตอบรับเสียงเรียกร้องจากชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ต้องการให้มีกิจกรรมกระตุ้นยอดขายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเทศบาลฯ พร้อมอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้สมกับชื่อมหัศจรรย์อาหารอร่อย”​ประเด็นกลยุทธ์สำคัญที่น่าจับตามองในงานนี้การปรับตารางการจัดงานให้สอดรับกับ “งานมหกรรมว่าวประเพณี” ของ อบจ.สตูล เพื่อสร้างช่วงเวลา

กลุ่มเป้าหมาย การมุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียที่กำลังมีกำลังซื้อสูง โดยอาศัยอานิสงส์จากการเป็นจุดหมายทดแทนในช่วงที่เมืองท่องเที่ยวข้างเคียงกำลังฟื้นฟู การนำเสนอวัฒนธรรมการกินแบบพหุวัฒนธรรม (ไทย-พุทธ, ไทย-มุสลิม, ไทย-จีน) ที่เป็นจุดแข็งของสตูล ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปจากกระบี่และภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล และ นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ทกจ.สตูล ยืนยันว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของสตูลที่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี มาจากการจัดงานที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนเช่นนี้ พร้อมสนับสนุนแผนการดึงอินฟลูเอนเซอร์ระดับนานาชาติเข้ามาสื่อสารภาพลักษณ์ความปลอดภัยและเสน่ห์ของสตูลสู่สายตาโลก

​ซึ่งงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขตเทศบาลตำบลกำแพง อ.ละงู จ.สตูล คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาทตลอดช่วงการจัดงานของเดือนกุมภาพันธ์ ดึงให้นักท่องเที่ยวพำนักในจังหวัดให้นานขึ้น

​การมุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียที่กำลังมีกำลังซื้อสูง โดยอาศัยอานิสงส์จากการเป็นจุดหมายทดแทนในช่วงที่เมืองท่องเที่ยวข้างเคียงกำลังฟื้นฟู การนำเสนอวัฒนธรรมการกินแบบพหุวัฒนธรรม (ไทย-พุทธ, ไทย-มุสลิม, ไทย-จีน) ที่เป็นจุดแข็งของสตูล ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปจากกระบี่และภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

​ทั้งนี้นายสัมฤทธิ์ และ นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ทกจ.สตูล ยืนยันว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของสตูลที่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี มาจากการจัดงานที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนเช่นนี้ พร้อมสนับสนุนแผนการดึงอินฟลูเอนเซอร์ระดับนานาชาติเข้ามาสื่อสารภาพลักษณ์ความปลอดภัยและเสน่ห์ของสตูลสู่สายตาโลก