เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 4 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ในที่ประชุม นายชัชชาติ ได้เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณพ.ศ.2569 (ฉบับที่..) พ.ศ. … โดยหลักการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ฉบับที่..) พ.ศ. ….. เป็นจำนวนไม่เกิน 4,009,144,300 บาท เป็นรายจ่ายพิเศษจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร
สำหรับจ่ายตามสัญญาโครงการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครและตามบันทึกข้อตกลงการมอบหมาย ระหว่าง กรุงเทพมหานคร และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) 1. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 ตามสัญญาเลขที่ 1/2555 ลงวันที่ 2 พ.ค.55 จำนวน 859,184,500 บาท และ 2. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงการมอบหมาย ลงวันที่ 28 ก.ค.59 จำนวน 3,149,959,800 บาท

เหตุผล เนื่องจากกทม.ได้ทำสัญญาจ้างเคที บริหารจัดการระบบบขนส่งมวลขนกรุงเทพ
มหานคร อายุสัญญา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2585 ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.55 ถึงวันที่ 2 พ.ค.85
ตามสัญญาเลขที่ 1/2555 ลงวันที่ 2 พ.ค.55
และทำบันทึกข้อตกลงการมอบหมายให้เคทีเป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ลงวันที่ 28 ก.ค.59 อายุของบันทึกข้อตกลงสิ้นสุดวันที่ 2 พ.ค.85

กทม.ชะลอการจ่ายค่าจ้างเดินรถ ตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ (คสช.)ได้มีคำสั่งที่ 3/2562 ลงวันที่
11 เม.ย.62 โดยวัตถุประสงค์ของคำสั่งเพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นโครงข่ายเดียวกันอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมเป็นธรรมไม่เป็นภาระให้แก่ประชาชน

ทำให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครจำกัด (มหาชน) ได้ฟ้องศาลปกครอง ให้กทม.ชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง รวม 2 คดีและศาลได้พิพากษาให้กรุงเทพมหานครชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง พร้อมดอกเบี้ย ทั้ง 2 คดี ดังนี้

1.พิพากษาคดีที่ 1 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 ตามคดีหมายเลขดำที่ อ. 2226/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ อ. 725/2567 กทม.ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 14,549,503,800 บาท เพื่อชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง พร้อมดอกเบี้ย ตามคำพิพากษา สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ตั้งแต่เดือนพ.ค.62 ถึงเดือนพ.ค.64 และโครงการถไฟฟ้าสาสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่เดือนเม.ย.60 ถึงเดือนพ.ค.64

2.พิพากษาคดีที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ตามคดีหมายเลขดำที่ 2505/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ 2266/2568 กทม.ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 32,625,106,200 บาท
เพื่อชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา รวมถึงค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง

    ในส่วนที่ค้างชำระนอกคำพิพากษา ตั้งแต่เดือน พ.ย.65 ถึงเดือนส.ค.68 กทม.ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองสำหรับภาระผูกพันที่ค้างจ่ายตามกฎหมาย เพื่อชำระหนี้ค่าเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ส่วนที่ขาดตามใบแจ้งหนี้ จำนวน 2 เดือน เดือนก.ย.68 ถึงเดือนต.ค.68เป็นเงิน 1,052,839,731 บาท

    กทม.ไม่ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี สำหรับค่าจ้างเดินรถ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง และศาลปกครอง ได้มีคำพิพากษาหลังจากกทม.จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เสร็จสิ้นแล้ว

    กทม.มีความจำเป็นต้องชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่เดือนพ.ย.68 ถึงเดือนก.ค.69 ตามที่หน่วยงานเสนอ จำนวน 4,009,144,300 บาทและเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายงบกลางมีงบประมาณคงเหลือไม่เพียงพอ จึงต้องจัดทำร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569(ฉบับที่..) พ.ศ….. สำหรับชำระค่าจ้างเดินรถ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายในส่วนของค่าดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกรณีชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนดหรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดีดังเช่นที่ผ่านมา

    ขณะที่สถานะการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 6 ม.ค.69 กทม.มีเงินฝากธนาคารเป็นเงินจำนวน 50,572.34 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินประเภทต่าง ๆ ดังนี้ 1.รายรับหักรายจ่ายสุทธิ คงเหลือ 1,750.15 ล้านบาท 2.รายรับพิเศษหักรายจ่ายพิเศษสุทธิ คงเหลือ 163.99 ล้านบาท 3. เงินนอกงบประมาณที่มีภาระผูกพัน จำนวน 2,789.20 ล้านบาท 4. เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่ยังไม่เบิก เป็นเงิน 10,179.32 ล้านบาท 5. เงินสะสมกรุงเทพมหานครคงเหลือในธนาคารเป็นเงิน 25,578.53 ล้านบาท 6.ทุนสำรองเงินคงคลังกรุงเทพมหานคร เป็นเงิน 10,111.15 ล้านบาท

    นอกจากนี้ กทม. ยังมีภาระหนี้ตามโครงการต่อเนื่อง ที่ได้ก่อหนี้ผูกพันแล้ว ณ วันที่ 30 ก.ย.68 จำนวน 227 โครงการ เป็นจำนวนเงิน คงเหลือทั้งสิ้น 67,043.45 ล้านบาท จำแนกออกเป็น 3 ประเภท ตามวงเงินโครงการ ดังนี้ 1.โครงการที่มีวงเงินสูงกว่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 26 โครงการ มีภาระผูกพันตามสัญญาคงเหลือ 39,216.25 ล้านบาท


    2.โครงการที่มีวงเงิน 500 – 1,000 ล้านบาท
    จำนวน 30 โครงการ มีภาระผูกพันตามสัญญา
    คงเหลือ 11,360.83 ล้านบาท และ3.โครงการที่มีวงเงินต่ำกว่า 500 ล้านบาท จำนวน 171 โครงการ มีภาระผูกพันตามสัญญาคงเหลือ16,466.37 ล้านบาท

    ส่วนรายงานฐานะเงินสะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วันที่ 6 ม.ค.69เงินสะสมยกมาต้นปี งบประมาณ 1 ต.ค.68 75,282.98 ล้านบาท หักเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 15,501.14 ล้านบาท หักภาระผูกพันที่ทำให้ยอดเงินสะสมลดลง 37,393.12 ล้านบาท หักสำรองเงินสะสมตามกฎหมาย 10,788.87 ล้านบาท หักคาดการณ์การใช้จ่ายเงินสะสมกรณีการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอ 6,100 ล้านบาท คงเหลือเงินสะสมที่ปลอดภาระผูกพัน 5,499.85 ล้านบาท

    จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 และ
    มาตรา 103 พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร
    ราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
    จึงขอเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ฉบับที่..) พ.ศ. … เพื่อให้สภากรุงเทพมหานคร พิจารณาต่อไป

    ทั้งนี้ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร เห็นชอบรับหลักการ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2569 (ฉบับที่..) พ.ศ. … จำนวน 40 คน ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2569 (ฉบับที่..) พ.ศ. … 21 คน โดยกำหนดแปรญัตติภายใน 2 วัน ไม่ทำการ และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน.