เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ร.ต.อ.ดาวรุ่ง เทาทองสุข รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกโพธิ์ไชย ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงภายในไร่อ้อย ทางทิศตะวันตกของบ้านซับเจริญ หมู่ 10 ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น แพทย์เวร รพ.โคกโพธิ์ไชย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมัญจาคีรี
ที่เกิดเหตุพบเศษซากรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในกระท่อมถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง ภายในพบศพนายทิพย์ชัย สีนามบุรี อายุ 72 ปี สภาพศพถูกไฟไหม้เกรียม นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณบนพื้นดิน ใกล้จุดพบศพ เจ้าหน้าที่พบเตาอั้งโล่พร้อมหม้อต้มน้ำตั้งอยู่ โดยมีแผ่นสังกะสีจำนวนมากทับไว้
สอบถามนายอรุณ สีนามบุรี อายุ 30 ปี บุตรชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า มารดาเสียชีวิตมาหลายสิบปี ทำให้บิดาไม่ยอมพักอาศัยอยู่ที่บ้าน และออกมาสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่ใกล้สระน้ำภายในไร่อ้อย แม้ครอบครัวจะพยายามพากลับไปอยู่ในหมู่บ้าน แต่บิดาก็กลับมาอาศัยอยู่ที่กระท่อมดังกล่าวเช่นเดิมมานานหลายปี ซึ่งตนเองได้ย้ายออกมาสร้างกระท่อมพักอาศัยอยู่ห่างจากบิดาประมาณ 30 เมตร อยู่คนละฝั่งของสระน้ำ และคอยดูแลหุงข้าวหาอาหารมาให้ทุกวัน โดยปกติบิดาเป็นคนตื่นเช้า มักก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟ และในช่วงอากาศหนาว จะก่อไฟผิงคลายความหนาวบริเวณรอบกระท่อมเป็นประจำ
“เหตุการณ์ครั้งนี้ ตนเองไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากนอนหลับอยู่ ตื่นเช้ามาเห็นควันไฟลอยขึ้นจากกระท่อมของบิดา เมื่อเข้าไปตรวจสอบไม่พบตัวบิดา จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านและแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ก่อนร่วมกันค้นหา จนพบร่างบิดาเสียชีวิตอยู่บริเวณทางลงสระน้ำ โดยมีแผ่นสังกะสีหลายแผ่นทับร่างไว้ ทั้งนี้เชื่อว่า บิดาน่าจะก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟและผิงหนาว ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้สิ่งของภายในกระท่อมอย่างรวดเร็ว บิดาอาจพยายามลงไปตักน้ำจากสระมาดับไฟ แต่เกิดสำลักควันหมดแรงล้มลงและถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” ลูกชาย กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย กล่าวว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้น ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุจากการก่อไฟ ทำให้เกิดการสำลักควันจนหมดแรงและถูกไฟคลอกเสียชีวิต นอกจากนี้ ชาวบ้านใกล้เคียงยังให้ข้อมูลว่า ผู้ตายมักเก็บสะสมขวดพลาสติก ยางรถจักรยานยนต์เก่า และเศษกระดาษไว้ภายในกระท่อม ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เมื่อเกิดไฟไหม้จึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรอย่างละเอียดที่แผนกนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการตายอีกครั้ง ว่ามีบาดแผลอื่นหรือไม่ ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.



