เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสะเทือนหัวใจ สำหรับเคสของ “นุ่น รมิดา” ที่ต้องสูญเสียทายาทคนแรกไปอย่างน่าใจหาย ทั้งที่อีกเพียงไม่กี่อึดใจจะได้เห็นหน้าลูก โดยต้นเหตุมาจาก “ภาวะมดลูกแตก” บริเวณรอยแผลเก่าที่แฝงอันตรายไว้แบบไม่คาดฝัน วันนี้บันเทิงเดลินิวส์ จะพาไปย้อนเส้นทางเหตุการณ์วิกฤติที่เกือบจะพรากชีวิตทั้งแม่และลูกไปพร้อมกัน

  • ช่วงตั้งครรภ์ นุ่น-หลุยส์ประกาศข่าวดี ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา โดย นุ่น ฝากครรภ์และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและมีทีมแพทย์เฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากนุ่นมีประวัติ ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ ก่อนหน้าที่จะถึงกำหนดคลอด ทางโรงพยาบาลที่ นุ่น รมิดา ฝากครรภ์ได้มีการประสานงานกับ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เพื่อเตรียมผ่าตัดคลอดในวันที่ 24 มกราคม 2569 (อายุครรภ์ประมาณ 38 สัปดาห์) และเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น เพื่อให้นุ่นสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
  • กระทั่งวันที่ 10 มกราคม 2569 ช่วงสายของวันเกิดเหตุ ในขณะที่อายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ 6 วัน นุ่นเกิดอาการปวดท้องรุนแรง จุกแน่น และวูบหมดสติกะทันหันที่บ้าน หลุยส์ประสานรถฉุกเฉินรับตัวส่งโรงพยาบาล พบว่านุ่นอยู่ในสภาวะช็อก ความดันดิ่งเหลือเพียง 80/40 และชีพจรเต้นเร็วผิดปกติถึง 140 ครั้งต่อนาที
  • ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ผลอัลตราซาวด์ยืนยันว่า “ทารกในครรภ์ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว” เนื่องจากแม่เสียเลือดในช่องท้องปริมาณมาก แต่ทีมแพทย์ต้องรีบผ่าตัดเพื่อ “เซฟชีวิตแม่” ไว้ก่อน
  • ทีมแพทย์พบว่า มดลูกด้านหลังแตกเป็นทางยาวถึง 7 เซนติเมตร ซึ่งเป็นบริเวณแผลเดิมจากการผ่าเนื้องอก ทำให้เลือดไหลโชนท่วมช่องท้อง ต้องใช้เวลาซ่อมนานกว่า 3 ชั่วโมง
  • นุ่นต้องพักรักษาตัวในห้อง ICU นานถึง 4 วัน เนื่องจากมีภาวะ น้ำท่วมปอด จากการรับเลือดและสารน้ำในปริมาณมากเพื่อกู้สัญญาณชีพ ก่อนจะอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 6 หลังออกจากโรงพยาบาล นุ่นกลับไปพักฟื้นร่างกายและปรับสภาพจิตใจที่บ้านเป็นเวลา 13 วัน
  • 29 มกราคม 2569 (วันแถลงข่าว) เพียง 19 วัน หลังผ่านนาทีเฉียดตาย นุ่นและหลุยส์จูงมือกันออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตา เพื่อให้ความจริงเป็นอุทาหรณ์ ยืนยันว่าไม่หมดหวังในการมีลูกเพียงแค่ขอเวลาฮีลใจตัวเองและสามีก่อน พร้อมวอนสื่อหยุดแชร์รูปภาพลูกน้อยเพื่อรักษาแผลใจ