สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่าไม่พบประเทศใดในกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่ที่เข้าข่ายบิดเบือนค่าเงิน ในรายงานฉบับล่าสุดซึ่งครอบคลุมช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2568
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐตัดสินใจเพิ่มไทย เข้าไปใน “รายชื่อประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ” ในรายงานฉบับครึ่งแรกของปีนี้ โดยระบุว่า แนวทางการจัดการค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของไทย มีความจำเป็นต้องได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด
นอกจากไทยแล้ว ยังมีอีก 9 เขตเศรษฐกิจที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังดังกล่าว ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์
#NSTBusinessTimes The other nine economies on this watch list are China, Japan, South Korea, Taiwan, Singapore, Vietnam, Germany, Ireland and Switzerland.
— New Straits Times (@NST_Online) January 29, 2026
https://t.co/9IQDrT0xbP
อนึ่ง เขตเศรษฐกิจเหล่านี้ล้วนอยู่ในรายชื่อมาก่อนแล้ว ในรายงานฉบับเดือน มิ.ย. 2568 มีเพียงไทยเท่านั้นซึ่งเป็นประเทศล่าสุดที่ถูกเพิ่มเข้ามา
รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุด้วยว่า ในครั้งนี้มีการยกระดับการวิเคราะห์เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ให้เข้มข้นขึ้น รวมถึงการติดตามความพยายามของแต่ละประเทศในการเข้าแทรกแซงเพื่อต้านทานแรงกดดันให้ค่าเงินอ่อนตัว
นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึง จีน อีกครั้ง โดยระบุว่าแม้ยังไม่ได้เจาะจงว่า จีนเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน แต่ “จีนยังคงมีความโดดเด่นท่ามกลางคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ในเรื่องของขาดความโปร่งใส เกี่ยวกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยน”
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวจะมุ่งเน้นตรวจสอบประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ ในปริมาณมาก และประเทศที่มีการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



