สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่าพร้อมอนุมัติใบอนุญาตทั่วไป ให้แก่บริษัทพลังงานของสหรัฐ สามารถดำเนินกิจกรรมครอบคลุมตั้งแต่การขุดเจาะ การส่งออก การซื้อขาย การจัดเก็บ และการทำการตลาด ไปจนถึงการกลั่นน้ำมันดิบที่มีต้นกำเนิดจากเวเนซุเอลา
WATCH | US President Donald Trump says, "… I want to thank the leadership of Venezuela, we are getting along really well with them. The relationship has been very strong… We have major oil companies going to Venezuela now, scouting out, picking out locations, and they'll be… pic.twitter.com/SYEFoiDJYY
— TIMES NOW (@TimesNow) January 30, 2026
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้น หลังสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา มีมติยกเลิกกฎหมายฉบับปี 2549 ที่ระบุให้ธุรกิจน้ำมันต่างชาติต้องร่วมทุนกับบริษัท พีดีวีเอสเอ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหดิจด้านพลังงานของเวเนซุเอลา และพีดีวีเอสเอต้องเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังมีการออกกฎหมายเพิ่มหลักประกันแก่ภาคเอกชนด้านพลังงาน ลดภาษีและค่าภาคหลวง และยกเลิกการควบคุมการสำรวจโดยรัฐ
???? BREAKING: @POTUS announces that he has instructed his Administration to open up all commercial airspace over Venezuela.
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) January 29, 2026
"American citizens will be, very shortly, able to go to Venezuela — and they'll be safe there." pic.twitter.com/6EO5jFDIV5
ด้านนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยกย่องความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ ว่าเป็น “ก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์” และยืนยันการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพื่อให้ภาคส่วนน้ำมันของเวเนซุเอลา และอุตสาหกรรมอื่นได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น
ขณะที่ทรัมป์กล่าวในเวลาต่อมา ยืนยันการสนทนาทางโทรศัพท์กับโรดริเกซ และสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดน่านฟ้าเชิงพาณิชย์เหนือเวเนซุเอลา และยืนยันว่า ชาวอเมริกันสามารถเดินทางไปยังเวเนซุเอลาได้อย่างปลอดภัย
หลังจากนั้น สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) ประกาศยกเลิกการแจ้งเตือนความปลอดภัย ในเขตน่านฟ้าเหนือเวเนซุเอลาและภูมิภาคใกล้เคียง โดยระบุว่า “มาตรการระวังภัยเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป”.
เครดิตภาพ : AFP



