สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ตึงเครียดกับอิหร่าน ว่ากองทัพสหรัฐเสริมความแข็งแกร่งอย่างมากในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แม้ตอนนี้ “กองเรือรบขนาดมหึมา” กำลังประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้เขาหวังว่า “จะไม่ต้องใช้”


เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามย้ำอีกว่า หมายถึงการเตรียมเจรจากับอิหร่านใช่หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า สหรัฐเคยเจรจากับอิหร่านมาแล้ว และตอนนี้รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันมีแผนแบบนั้น


ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องสหรัฐและอิหร่านหันหน้ามาเจรจากัน “เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติที่อาจส่งผลกระทบอันเลวร้ายตามมาในภูมิภาค”


ด้านพลจัตวา โมฮัมหมัด อัครมิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกล่าวด้วยว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ “มีจุดอ่อนที่ร้ายแรง” และฐานทัพสหรัฐหลายแห่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย “ล้วนอยู่ในระยะยิงของขีปนาวุธพิสัยกลางของอิหร่าน”


ส่วนนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า รัฐบาลเตหะรานพร้อมเจรจากับสหรัฐ แต่การหารือต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS