สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า ทีมงานฝ่ายกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ที่เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา ร่วมกับบุตรชายอีกสองคน คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ และนายอีริก ทรัมป์ และองค์กรทรัมป์ หรือ “ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน” ฟ้องร้องกระทรวงการคลังและสำนักงานสรรพากร (ไออาร์เอส) เรียกค่าเสียหายเป็นเงินอย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 314,185 ล้านบาท)
เนื้อหาตอนหนึ่งในเอกสารคำฟ้องระบุว่า มีการรั่วไหลของข้อมูลการยื่นภาษี โดยเจ้าหน้าที่ไออาร์เอสในเวลานั้น ชื่อนายชาร์ลส์ ลิตเทิลจอห์น ลักลอบนำข้อมูลดังกล่าวไปเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ระหว่างเดือน พ.ค. 2562 จนถึงเดือน ก.ย. 2563 หลังจากนั้น ลิตเทิลจอห์นถูกจับกุม รับสารภาพต่อศาลเมื่อปี 2566 และตอนนี้อยู่ในเรือนจำ เพื่อรับโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปีครึ่ง
Trump sues the US Treasury and Internal Revenue Service for at least $10 billion over an unauthorized disclosure of his tax returns during his first term in office https://t.co/kmeWcf2vDh
— Bloomberg (@business) January 30, 2026
ทั้งนี้ ฝ่ายโจทก์คือทรัมป์และบุตรชาย มองว่ากระทรวงการคลังและไออาร์เอส ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและทางการเงิน ได้รับความอับอายต่อสาธารณะ ภาพลักษณ์ทางธุรกิจเสียหายอย่างไม่เป็นธรรม เพราะมีการนำเสนออย่างบิดเบือน และเรื่องนี้ส่งผลกระทบเชิงลบ ต่อสถานะทางสังคมของผู้นำสหรัฐ และโจทก์ร่วมทุกคน
อนึ่ง ข้อมูลเรื่องการชำระภาษีของทรัมป์เคยเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก ในช่วงวาระแรกของการดำรงตำแหน่ง เพราะทรัมป์ยืนกรานปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลภาษี ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ขณะที่ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ย. 2563 เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เคยรายงานว่า ทรัมป์จ่ายภาษีเงินให้รัฐบาลกลางเพียง 750 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23,548.88 บาท) เมื่อปี 2559 และ 2560 และไม่จ่ายเลยถึง 10 ปี ในช่วง 15 ปีก่อนหน้านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



