สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่า ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐ ระบุว่า คำสั่งนี้ใช้กับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม และครัวเรือนที่มีสัญญาการซื้อกับบริษัท เพื่อแลกกับการลดการใช้ไฟฟ้าตามข้อกำหนดในช่วงฉุกเฉิน โดยมีขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองในระบบ และป้องกันไฟฟ้าดับในช่วงที่มีความต้องการสูงสุด หรือในเวลาประมาณ 18.00 น.

นอกจากนั้น พีเจเอ็มยังได้แจ้งไปยังโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาคใกล้เคียง รวมถึงในรัฐนิวยอร์กและมิดเวสต์ ว่า การส่งออกไฟฟ้าจากพีเจเอ็มอาจถูกลดลง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ภูมิภาคใกล้เคียงเหล่านั้น สามารถวางแผนได้ตามความเหมาะสม

ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าแก่ประชาชน 67 ล้านคน ในเขตมิดแอตแลนติก ภาคใต้ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็กำลังพยายามอย่างหนักมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เพื่อปรับปรุงระบบที่ใกล้จะล่มสลาย เนื่องจากความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากศูนย์ข้อมูล และรถยนต์ไฟฟ้า

ตลอดทั้งสัปดาห์ พีเจเอ็มได้เพิ่มมาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 165.6 กิกะวัตต์ ซึ่งเคยบันทึกไว้เมื่อ 20 ปีก่อน

ในเย็นวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) เมื่อการใช้ไฟฟ้าใกล้ถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พีเจเอ็มประสบปัญหาการผลิตไฟฟ้าลดลงอย่างรวดเร็วและฉับพลัน ทำให้ต้องเรียกใช้โรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลราคาแพงที่สำรองไว้ สำหรับการเสริมกำลังไฟฟ้าที่ขาดหายไป อย่างไรก็ดี ไม่มีไฟฟ้าดับเกิดขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS