มติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อ พ.ศ. 2548 กำหนดให้วันที่ 27 มกราคมของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากล เพื่อระลึกถึงวันปลดปล่อยค่ายเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา เมื่อปี 2488 ซึ่งเป็นค่ายมรณะของนาซีที่ใหญ่ที่สุดและโหดร้ายที่สุด วัตถุประสงค์ของมตินี้ชัดเจนและเร่งด่วน นั่นคือเพื่อให้ความทรงจำเกี่ยวกับโฮโลคอสต์ และบทเรียนที่ตามมาจะไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา
สหประชาชาติไม่ได้กำหนดวันนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อรำลึกถึงความทุกข์ทรมานของชาวยิวเท่านั้น หากแต่เพื่อเตือนมนุษยชาติถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อความเกลียดชังกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อการลดทอนความเป็นมนุษย์ไม่ถูกท้วงติง และเมื่อประชาคมระหว่างประเทศเพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้จึงกำหนดขึ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
สำหรับผู้คนจำนวนมากทั่วโลก โฮโลคอสต์อาจดูห่างไกลหรือเป็นเพียงนามธรรม ทว่ามันคือหนึ่งในอาชญากรรมที่มีการบันทึกไว้อย่างละเอียดที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ระหว่างปี 2476 ถึง 2488 นาซีเยอรมนีและผู้สมรู้ร่วมคิดได้สังหารชาวยิวอย่างเป็นระบบถึงหกล้านคน ทั้งชาย หญิง และเด็กๆ เพียงเพราะพวกเขาเป็นชาวยิว ชุมชนทั้งชุมชนถูกทำลายล้างไปทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็นในเยอรมนี โปแลนด์ ยูเครน ฮังการี ลิทัวเนีย เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส กรีซ และประเทศอื่น ๆ อีกมากมาย
ชาวยิวถูกประหารหมู่ ถูกปล่อยให้อดอยากในเขตกักกัน (เก็ตโต) ถูกลำเลียงไปยังที่อื่นด้วยรถไฟที่ใช้ขนสัตว์ และถูกสังหารในค่ายมรณะที่ถูกออกแบบมาเพื่อการฆ่าจำนวนมหาศาล
โฮโลคอสต์มีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งด้านเจตนาและขอบเขต นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ที่ประเทศหนึ่งระดมทรัพยากรทั้งหมดของตนด้านกฎหมาย ระบบราชการ กองทัพ และเทคโนโลยี เพื่อกำจัดชนชาติหนึ่งให้สิ้นซาก ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม
ชาวยิวไม่ได้เป็นเป้าหมายเพราะการกระทำของพวกเขา เพราะสิ่งที่พวกเขาเชื่อ หรือเพราะสิ่งที่พวกเขาครอบครอง แต่เป็นเพราะเขาเป็นชาวยิว เป้าหมายในการสังหารชาวยิวไม่ใช่การเอาชนะ ไม่ใช่เพื่อให้เปลี่ยนศาสนา หรือเพื่อขับไล่ แต่เป็นการทำลายล้างอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งผู้คน วัฒนธรรม ความทรงจำ รวมไปถึงอนาคตของพวกเขา เป็นการมุ่งทำลายเชื้อชาติยิวอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่เป็นความบังเอิญที่คำว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” (genocide) ถูกบัญญัติขึ้นหลังเหตุการณ์โฮโลคอสต์ ด้วยเหตุนี้เอง ดิฉันที่เป็นบุตรสาวของผู้รอดชีวิตจากโฮโลคอสต์และเป็นชาวอิสราเอล จึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นการนำคำว่า “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” มาใช้ในปัจจุบันอย่างไม่ระมัดระวังและขาดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อนำคำนี้มาใช้โจมตีอิสราเอล
ข้อกล่าวหาเช่นนี้มองข้ามต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ เป็นการบั่นทอนความหมายที่มีความชัดเจนทั้งในเชิงกฎหมายและศีลธรรม ทั้งยังลดทอนความสำคัญให้กลายเป็นเพียงคำขวัญทางการเมือง
การวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเป็นสิ่งชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย แต่การปฏิเสธสิทธิของอิสราเอลในการดำรงอยู่ การปฏิเสธสิทธิในการปกป้องประชาชนของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นชาวยิว มุสลิม คริสเตียน หรืออื่น ๆ และการบิดเบือนให้อิสราเอลถูกมองว่าเป็นรัฐอาชญากร ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง
เมื่ออิสราเอลเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกถูกเลือกปฏิบัติ ถูกทำให้เป็นปีศาจ และถูกกล่าวหาว่าประกอบอาชญากรรมที่ซ้ำรอยอุดมการณ์เดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยมุ่งกำจัดชนชาติยิว เราจำเป็นต้องเรียกสิ่งเหล่านี้ตามชื่อที่แท้จริง นั่นก็คือ การต่อต้านชาวยิว (antisemitism) ที่ซ่อนเร้นอยู่ในภาษาที่ใช้ทางการเมือง
ดังนั้น วันรำลึกเหตุการณ์โฮโลคอสต์ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอดีตเท่านั้น แต่ยังปรากฏให้เห็นอย่างเจ็บปวดในปัจจุบัน โฮโลคอสต์เกิดขึ้นมาแล้วกว่าแปดสิบปี แต่ชาวยิวยังคงถูกสังหารเพียงเพราะเป็นชาวยิว โบสถ์ยิวถูกเผา บ้านของชาวยิวถูกพ่นสีเป็นสัญลักษณ์สวัสดิกะ การต่อต้านชาวยิวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเปิดเผยและรุนแรงไปทั่วทุกทวีป
พัฒนาการเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อชาวยิวเท่านั้น ประวัติศาสตร์สอนเราว่า ความเกลียดชังไม่เคยหยุดอยู่ที่เป้าหมายเดียว โฮโลคอสต์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยค่ายสังหาร แต่เริ่มจากคำพูด คำมดเท็จ และความเพิกเฉย เริ่มจากการทำให้ความเกลียดชังกลายเป็นเรื่องปกติ การศึกษาที่ล้มเหลว การมีวาทกรรมอย่างเปิดเผย และการเข้าแทรกแซง
นั่นคือเหตุผลที่การศึกษาเรื่องโฮโลคอสต์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในทุกแห่งหน รวมถึงในประเทศที่อยู่ห่างไกลจากยุโรป ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ บทเรียนที่ได้จากโฮโลคอสต์เป็นสากล ในยุคแห่งความไม่แน่นอนในปัจจุบัน ความแตกแยก และความโกลาหลที่เกิดขึ้น สังคมโลกเปราะบางต่อวาทกรรม ที่มาจากความหวาดกลัวและการหาผู้รับผิด
การรำลึกถึงโฮโลคอสต์ไม่ใช่การกล่าวโทษอย่างไม่รู้จบ แต่เป็นการตระหนักรู้ถึงสัญญาณเตือนภัย และการยืนยันความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะในยามที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ความเกลียดชังย่อมมองหาเหยื่ออยู่เสมอ วันนี้อาจเป็นชาวยิว วันพรุ่งนี้…อาจเป็นผู้อื่น.
ขอขอบคุณ : สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



