เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ปลายแหลมสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ และนางกันตวรรณ ตันเถียร รองเลขาธิการพรรคฯ รวมถึงคณะผู้สมัครสส. 3 เขตเลือกตั้งในจ.ภูเก็ต ร่วมกันขึ้นปราศรัยขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง โดยมีประชาชนมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า  ตนรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาพบปะประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตอีกครั้ง สิ่งที่ตนสามารถสัมผัสได้คือประชาชนหลายคนอึดอัดมาหลายปีว่าทำไมการเมืองและบ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ คือดูข่าวการเมืองมีแต่เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เห็นแต่เรื่องต่อรองผลประโยชน์กันระหว่างนักการเมือง ระบบพรรคก็เละเทะหมด เดี๋ยวคนนั้นจับมือกับคนนี้เดี๋ยวคนนี้ไปดึงกลุ่มนั้นจากพรรคนั้น  แต่ประชาชนและประเทศไทยอยู่ตรงไหน  อีกทั้ง ภูเก็ตยังมีปัญหาเฉพาะหน้า คือปัญหาจราจร ตนแปลกใจว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งชอบโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นสส.ตั้งนาน ทำไมไม่พัฒนาพื้นที่ แต่ที่จริง ประชาชนทุกคนรู้ดีว่าคนที่ผลักดันและอนุมัติโครงการต่างๆได้ คือ รัฐมนตรีคุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ ดังนั้น พรรคการเมืองที่ชอบโจมตีประชาธิปัตย์เป็นคนที่นั่งคุมกระทรวงได้ยาวนานที่สุด แต่ไม่ได้ทำอะไร แต่เมื่อมีการเลือกตั้งกลับมาขู่ประชาชนว่าหากไม่เลือกเขา จะไม่มีโครงการมา ซึ่งตนมองว่าเขารู้จักคนภูเก็ตน้อยไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ภูเก็ตยังมีปัญหาขยะล้นเมือง ล้นเตาเผาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตรอคอยอยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีการสร้างเตาเผาเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับจำนวนขยะที่กำลังเพิ่มขึ้น แต่กลับมีนักการเมืองบางคนพูดว่าให้เอาขยะไปทิ้งที่ จ.พังงา ซึ่งตนไม่ทราบว่าเขาจะหาเสียงที่จ.พังงาอย่าไร นอกจากนั้นคือเรื่องน้ำท่วม ทั้งนี้เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มา จะมีวิธีแก้ปัญหาคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีอำนาจพัฒนาพื้นที่

“วันนี้ไปสู่อนาคตอยากให้ประเทศไทยโตเร็วเท่าภูเก็ต จะเป็นบทเรียน และเมื่อทรัพยากรมาช่วยภูเก็ต สมดุลกับปัญหาแล้วจะพัฒนาพื้นที่ให้เต็มศักยภาพของพื้นที่ จ.ภูเก็ตเป็นได้หลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งเกาะ ซึ่งใต้เกาะอาจเป็นฮับของการเดินเรือน ในเมืองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แหล่งค้าขาย  ถัดไปมีพื้นที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวและสุขภาพ บางพื้นที่ทำเกษตรกรที่อิงกับเทคโนโลยีมีมูลค่าสูง หรือพื้นที่ทางเหนือสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อดึงบุคลากรชั้นนำทั่วโลก ซึ่งเป็นไปได้หากมีการกระจายอำนาจ หรือสร้างเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภูเก็ตมหานคร”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อบ้านเมืองสุจริต ไม่มีการหากินบนช่องทางไม่ถูกต้อง และจัดระเบียบ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ตนไม่ได้พาดพิงพรรคอื่น ขอแค่เรื่องกัญชา เขาขึ้นต้นบอกว่าการแพทย์ แต่ลงท้ายเป็นปัญหายาเสพติดและกระทบกับการท่องเที่ยว ทั้งนี้ตนได้พบกับเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ของบางประเทศ บอกตนว่า เขารู้สึกหนักใจที่เจอปัญหาคนของประเทศเขามาเที่ยวประเทศไทยแล้วเอากัญชาใส่กระเป๋ากลับประเทศ แล้วลักลอบไปขายผิดกฎหมายเพียงเพราะขายได้ราคาสูง จึงมีการลักลอบสั่งผ่านทางไปรษณีย์ ส่งเข้ามา กลายเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาวุ่นวายให้กับประเทศนั้นอย่างมาก ประเทศเขาจึงมีการเตือนพลเมืองเขาว่าควรจะมาเที่ยวประเทศไทยหรือไม่ ขณะที่ทูตของบางประเทศในเอเชีย บอกว่าประเทศของเขาถือว่ากัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่คนของเขามาเที่ยวประเทศไทยแล้วเผลอดื่มกาแฟที่ผสมกัญชา และเมื่อกลับไปประเทศถูกตรวจเจอว่าเสพกัญชา ทำให้คนนั้นต้องถูกลงโทษขั้นรุนแรง  ดังนั้นต้องตั้งต้นกันใหม่ ทำการเมืองสุจริตให้เศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน พรรคประชาธิปัตย์คิดมาแล้วทำได้แน่นอน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นโยบายหวยจังหวัด ทุกเดือน โดยจะได้รางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท แม้คนที่เล่นจะถูกเก็บ 10 บาทเพื่อเป็นรางวัลให้คนถูกรางวัล ส่วนที่เหลือจะเป็นเงินออมของประชาชน อย่างไรก็ตาม หวยส่วนงวดที่แล้ว “72” แต่ในวันที่ 8 ก.พ. จะออกเลข “27”  ทั้งนี้ถ้าอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ทุกคนต้องช่วยกัยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้ถล่มทลาย ซึ่งเขตละแสนคะแนนถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก แต่ขอให้เลือก สส.เขต วันนี้หลายพรรคเห็นผลสำรวจทราบว่ากระแส ไม่เอา 2 ใบ โดยให้บัญชีรายชื่อกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเขาขอ สส.เขต ตนขอบอกว่าอย่าให้ อย่าแบ่งคะแนนเด็ดขาด หากอยากให้พรรคประชาธิปัตย์มีกำลังในสภาฯ ต้องกาพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ

ายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า  นโยบายดีๆและแผนการพัฒนาภูเก็ตและเศรษฐกิจของประเทศ ต้องตั้งต้นด้วยการเมืองสุจริต แล้วคนที่จะเริ่มต้นทำเรื่องนี้ ปรับทุนเทาได้อย่างจริงจัง ก็คือประชาชนทุกคนที่จะไปกาบัตรเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ได้เวลาสั่งสอนทุนเทา ได้เวลาไล่พวกซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้ และให้เราได้กลับมายืนเคียงข้างกัน เหมือนเมื่อหลาย 10 ปีที่ทำกันมา ทำให้เห็นว่าประชาชนที่นี่ยืนหยัดการเมืองสุจริต ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคน ดังนั้นประชาชนที่นี่ต้องเป็นผู้นำ ในเมื่อมีสัญญาใจกันอย่างนี้ วันที่ 8 ก.พ.ก็เข้าคูหากาสีฟ้าทั้ง 2 ใบ ทั้งบัตรสีชมพูและบัตรสีเขียว แล้วเราจะได้ไปทำงานด้วยกันในปฏิบัติการ “ไทยหายจน”