สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ตอนนี้กองเรือรบขนาดยักษ์ของสหรัฐยังคงประจำการอยู่ในน่านน้ำตะวันออกกลาง เพื่อกดดันอิหร่านให้บรรลุข้อตกลงกัน ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่า “คงเป็นเรื่องดี” ถ้าทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ “แต่ถ้าไม่ได้ เราจะได้เห็นดีกัน”


ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างถึงการที่อิหร่านตัดสินใจระงับการประหารชีวิตผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งรุนแรงอย่างมากระหว่างปลายปีที่แล้วจนถึงต้นเดือนนี้ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่อาจมากกว่า 6,000 ราย โดยผู้นำสหรัฐยืนยันว่า ท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของอิหร่านเกี่ยวกับสถานการณ์ประท้วง เป็นสัญญาณว่า รัฐบาลเตหะรานพร้อมที่จะเจรจา


ด้านนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานพร้อมเจรจา “หากเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเท่าเทียม” แต่เน้นย้ำว่า “ขีดความสามารถด้านการป้องกันและขีปนาวุธของอิหร่านจะไม่เป็นหัวข้อของการต่อรองอย่างเด็ดขาด” และเสริมว่า ยังไม่มีแผนที่จะพบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลวอชิงตัน เพื่อรื้อฟื้นการพูดคุย


อนึ่ง สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลของแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตัน ว่าข้อตกลงใดก็ตามกับอิหร่าน ต้องรวมถึงการจำกัดคลังขีปนาวุธพิสัยไกล การขนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกนอกประเทศ และการห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างอิสระ


ขณะที่นายอาลี ชัมคานี ประธานสภาป้องกันประเทศของอิหร่าน กล่าวระหว่างการหารือกับนายฮาคัน ฟิดาน รมว.การต่างประเทศตุรกี ที่เมืองอิสตันบูลว่าอิสราเอลกำลังพยายามโน้มน้าวให้สหรัฐโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน และหวังว่ารัฐบาลวอชิงตัน “จะไม่หลงเชื่อ” อย่างไรก็ดี อิหร่านเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบ.

เครดิตภาพ : AFP