เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ลานจอดรถสวนสาธารณะธารา กระบี่มารีนา อ.เมืองกระบี่ คาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคใต้ 2 “บินหลาดง” นำโดย น.ส.ชุติมา คชพันธ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ นายสุนทร บุญยอด ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชนกระบี่ พร้อมกับ นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 1 เบอร์ 3 พรรคประชาชน น.ส.รัตนภรณ์ ณ นคร ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 2 เบอร์ 5 พรรคประชาชน และ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้สมัคร สส.กระบี่ เขต 3 เบอร์ 2 พรรคประชาชน  โดยมีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ลำดับที่ 3 และ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมเวที

โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า วันนี้การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่นานแล้ว เดิมพันของพรรคประชาชนคืออนาคตของประเทศไทย ขอให้ช่วยกันยืนยันว่าเราจำเป็นต้องการการเมืองของคนธรรมดา การเมืองที่อาสาและกล้าหาญ เข้าไปขีดเขียนอนาคตประเทศไทย เรายืนยืนยันว่าต้องมีการเมืองแบบพรรคประชาชน วันนี้เราถูกชี้หน้าและท้าทายมากมาย ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางมี สส. พรรคส้มอย่างแน่นอน วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันยืนยันว่าการเมืองแบบเราคืออนาคตของประเทศนี้ ยืนยันว่าเราจำเป็นต้องมี สส. ในพื้นที่ภาคใต้ แล้วต่อให้เขาสบประมาทและชี้หน้าเรา คนที่ชี้หน้าก็ขาสั่นอยู่เหมือนกัน เพราะเขารับรู้ได้ว่าคนภาคใต้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและพร้อมจะยืนยันเจตนารมณ์ว่าอนาคตเป็นของคนทุกคน

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ทุกวันของการหาเสียง เราได้เห็นแววตาและน้ำเสียงแห่งความหวังที่ประชาชนมอบให้กับเรา เอาความหวังมาฝากให้กับเรา เพื่อให้เราไปทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่มีแค่เราที่สัมผัสได้คนเดียว ฝ่ายตรงข้ามก็สัมผัสได้ คนที่อยู่ๆ มาพูดให้รักชาติเหมือนนอนไปนาน ไม่รู้ว่าสังคมเดี๋ยวนี้พูดเรื่องอะไร ไม่รู้ว่าสังคมเดินไปข้างหน้าแล้ว ไม่รู้ว่าประชาชนพูดกันเรื่องอะไรในสังคมนี้ อยู่ๆ ก็มาพูดเรื่องรักชาติกับไม่รักชาติ คนแบบนี้น่าเวทนาที่สุด หมายความว่าจนตรอกกันหมดแล้ว นึกไม่ออกแล้วว่าจะเอาคะแนนมาจากไหน นึกไม่ออกแล้วว่าตัวเองมีความดีความชอบและค่านิยมอะไรที่จะทำให้ประชาชนยอมรับ

น.ส.ภคมนกล่าวต่อไปว่าการที่มีคนหลุดมาพูดแบบนี้เป็นการเอาชาติ ประเทศไทย และประชาชนเป็นตัวประกัน สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยหลายครั้งที่ลุกเป็นไฟก็เกิดจากคนพวกนี้ที่ยกเอาชาติมาอ้าง ต้องถามกลับไปว่ารักชาติแบบไหน ถึงเอาเขากระโดงมาเป็นสมบัติบ้านตัวเอง รักชาติแบบไหนถึงเสนอทำแลนด์บริดจ์ถมทะเลทำลายวิถีชีวิตของชาวใต้ รักชาติแบบไหนถึงเอาเงินผู้ประกันตนตั้งงบทำปฏิทิน รักชาติแบบไหนถึงเอาคนมีคดียาเสพติดคนมีคดีสีเทามาเป็นรัฐมนตรีบริหารชาติบ้านเมือง

น.ส.ภคมน กล่าวว่า คนรักชาติจริงต้องกล้าหาญที่จะเสนอการปฏิรูประบบราชการเพื่อเปิดเผยงบประมาณ ใครโกงกินบอกให้ประชาชนรู้ให้หมด คนรักชาติจริงต้องกล้าเสนอสวัสดิการให้ประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย คนที่รักชาติจริงต้องกล้าเสนอแก้กติกาประเทศนี้เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้องค์กรอิสระบงการทุกอย่างในประเทศนี้ คนรักชาติจริงๆ ยืนอยู่ตรงนี้ อย่าให้ใครเอาเราไปเป็นตัวประกัน ชาติคือประชาชน ประชาชนคือชาติ พรรคประชาชนยืนยันว่าเรารักชาติและเราต้องการทำให้ประชาชนทุกคนภูมิใจในชาติ ภูมิใจในความเป็นไทย และมีชีวิตที่ดีในชาตินี้

น.ส.ภคมน กล่าวต่อไปว่า ทุกคนรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่าใครทำอะไรไว้บ้าง ขอให้ทุกคนเลือกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ แบบที่หวังผลลัพธ์ได้ ไม่มีทางที่จะคาดหวังอนาคตที่ดี ระบบการศึกษาที่ดี สวัสดิการที่ดี ด้วยการเลือกคนเดิมๆ คนที่ผ่านมาเล่นเก้าอี้ดนตรีสลับที่นั่งกัน ทุกคนจะยินยอมให้ผู้มีอำนาจเดิมในประเทศนี้เล่นเก้าอี้ดนตรีในทำเนียบรัฐบาลอีกหรือ วันนี้ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดที่ยอมไม่ได้แล้ว เราต้องเลือกอนาคตของเราเอง ประเทศไทยมีบทเรียนมากมายเกิดขึ้นซ้ำๆ 

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีแค่ 2 ทางเท่านั้น มีแค่รัฐบาลสีน้ำเงินและรัฐบาลสีส้มเท่านั้น ถ้ายังลังเลเลือกสีอื่นก็จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นอนุทิน มีเพียงพวกเราที่ยืนยันว่านายกฯ ต้องชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนเท่านั้น และเราจะไม่โหวตใครคนอื่นเด็ดขาด อยู่ที่ว่าประชาชนจะเลือกทางไหน ถ้าเล่นเซฟ ๆ ไม่อยากลุ้น ไม่อยากตื่นเต้น ก็เลือกแบบเดิมและอยู่กันแบบเดิม ขายของไม่ดี เบี้ยคนแก่ 600 มานานแล้ว ก็เลือกแบบเดิมอีก

ด้านนายวีระยุทธ  กล่าวว่า ที่ผ่านมาเวลาเราได้ไปเยือนโลกที่หนึ่ง ได้เห็นอากาศที่ดี น้ำไม่ท่วม ขนส่งสาธารณะที่ดี ลูกได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ย่อมมีคำถามว่าแล้วทำไมประเทศไทยจะมีแบบนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยไม่มีเงินและไม่มีทรัพยากร ประเทศไทยมีงบประมาณปีละ 3.7-3.8 ล้านล้านบาท มีทั้งทรัพยากรและข้าราชการ แต่ที่ผ่านมาที่ประเทศไทยเป็นแบบนั้นไม่ได้ก็เพราะการเมืองบ้านใหญ่และการเมืองเก่า

นายวีระยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเมืองบ้านใหญ่วนเวียนอยู่กับธุรกิจทุนผูกขาด และวันนี้ก็อยู่กับธุรกิจทุนสีเทา การซื้อเสียงแพงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นรัฐบาลก็จะโกงกินมากขึ้น เรียกว่าโกงกินพลัส ในเมื่อซื้อเสียงให้เราพลัสจากรอบที่แล้ว ถ้าเขาได้เป็นรัฐบาลคิดว่าเขาจะไม่โกงกินหรือ เครนที่ถล่มง่าย การก่อสร้างที่อันตรายก็จะกลายเป็นพลัสเหมือนกัน

นายวีระยุทธ กล่าวต่อไปว่านอกจากบ้านใหญ่ สิ่งที่มาคู่กันในการขัดขวางการพัฒนาของประเทศไทยคือการเมืองเก่า 30 ปีที่ผ่านมาทุกคนเห็นหน้ารัฐมนตรีก็รู้แล้วว่าคนนี้เป็นอีกแล้ว บางคนนั่งกระทรวงพาณิชย์ ต่อมาก็นั่งคมนาคม นั่งศึกษาธิการ นั่งแรงงาน นั่งได้ทุกกระทรวง ถ้าไม่เก่งแบบบูรณาการก็เก่งบูรณากิน รู้ทริคในการกินทุกกระทรวงถึงอยู่ได้ทุกกระทรวง การเมืองเก่าก็คือเครือข่ายรัฐมนตรีเก่าวนไปวนมา การเมืองเก่าไม่มีทางเอาคนผิดได้ แปลกใจหรือไม่ที่ตึก สตง. ถล่ม ทุกคนรู้ดีว่าทุจริตขนาดนี้แต่ทำไมถึงเอาผิดไม่ได้ เพราะสืบไปสืบมาก็คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น มีชนักติดหลังกันทุกคน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันทุกคน นั่งได้ทุกกระทรวง

นายวีระยุทธ กล่าวต่อไปว่า แต่สุดท้ายรัฐบาลประชาชนจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากคนไทยที่กระบี่และภาคใต้ไม่กล้าฝันร่วมกัน ถ้าทุกคนคิดว่าประเทศไทยมาได้แค่นี้ ประเทศไทยก็จะได้เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าทุกคนยังกล้าฝันใหญ่ ถึงประเทศไทยที่ไร้การทุจริต ที่ธุรกิจแข่งกันด้วยกติกาที่เป็นธรรม คนเติบโตได้ตามความสามารถ ถึงระบบราชการที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการทุกคนทำงานเพื่อประชาชน และข้าราชการก็ภาคภูมิใจในการทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ถึงเศรษฐกิจเก่าที่ไปต่อได้และเศรษฐกิจใหม่ที่เฉิดฉายบนเวทีโลก ถึงสังคมไทยที่ยังเป็นสังคมแห่งโอกาส เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลอง เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกันได้ หากยังกล้าฝันใหญ่แบบนี้ ยังมีความฝันเดียวกัน ตนขอแรงและหัวใจของทุกคนทั้งใจได้หรือไม่

นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า  การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างอดีตหรืออนาคต รัฐบาลสีฟ้า สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดงมีมาหมดแล้ว ยังไม่มีรัฐบาลสีส้ม เราเริ่มต้นโดยการเมืองที่ไม่ใช้เงินอย่างไรก็ไม่แย่ไปกว่าเดิม นี่คือคำยืนยันของเรา ขอความหนักแน่นจากทุกคนที่เดินทางร่วมกับเรามา เวลาอยู่ข้างพวกเขา เงินอยู่ข้างพวกเขา แต่สิ่งที่เรามีคือสิทธิของพวกเรา ปากกาหนึ่งด้ามที่จะเดินเข้าคูหาในวันที่ 8 ก.พ. ขอแรงทุกคนกาสีส้มให้ถล่มทลาย เป็นรุ่งอรุณของวันใหม่ เป็นรุ่งอรุณแห่งอนาคตที่เราจะมีรัฐบาลประชาชนร่วมกัน เป็นรัฐบาลที่ทุกคนมีโอกาสร่วมสร้างไปด้วยกัน ทุกการตัดสินใจจะมีส่วนร่วมของประชาชน นี่คือคำสัญญาที่เรามีให้ มาร่วมกันส่งมอบอนาคตที่ดีกว่าให้กับตัวเองและลูกหลาน พาประเทศไทยไปโลกที่หนึ่งให้ได้ในช่วงชีวิตของเรา สร้างประเทศไทยที่มีอนาคตและมีประชาชนอยู่ในสมการไปด้วยกัน.