เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ม.ค. 2569 ศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการ ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขอความช่วยเหลือ บริเวณบ้านพักริมถนนเทพารักษ์ กม.1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บ เป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 37 ปี สักยันต์เต็มแผ่นหลัง มีบาดแผลถูกของมีคมที่หลัง 3 แผล เป็นแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือปฐมพยาบาลก่อนส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนที่เกิดเหตุ ทราบว่าเป็นสำนักสักยันต์ อยู่ในกรุงเทพฯ

จากการสอบถาม นายพรพิพัฒน์ จรดล อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรง ที่ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ เล่าว่า รับแจ้งเหตุจากแฟนสาวของผู้บาดเจ็บว่าพบฝ่ายชายนอนฟุบจมกองเลือดอยู่ภายในบ้านซึ่งเป็นร้านขายต้นไม้ริมถนน เมื่อตรวจสอบร่างกายพบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกขวานจามเข้าที่บริเวณแผ่นหลังรวมทั้งหมด 3 แผล โดยแผลที่ลึกที่สุดมีความลึกประมาณ 2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4 เซนติเมตร มีเลือดไหลออกมาตลอดเวลา
นายพรพิพัฒน์ บอกอีกว่า ส่วนสาเหตุ แฟนสาว ระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้บาดเจ็บได้เดินทางไปลองของ ตามความเชื่อเรื่องรอยสักยันต์ แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นที่สำนักใด เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงเพิ่งเริ่มรู้สึกเจ็บและมีเลือดออกมาก แต่ผู้บาดเจ็บพยายามบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ อ้างเพียงว่าถูกมีดบาดด้วยตนเองเท่านั้น ต่อมาจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาบาดแผลฉกรรจ์ดังกล่าวต่อไป

ด้านสาวอาสามูลนิธิฯ เล่าเสริมอีกว่า จากการสอบถามผู้บาดเจ็บได้ความว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงเทศกาลกินเจ ผู้บาดเจ็บเคยไปทดสอบรอยสักยันต์มาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยได้รับบาดเจ็บใดๆ กระทั่งในครั้งล่าสุดครั้งนี้ ผู้บาดเจ็บอ้างว่า ขวานหนักไปหน่อย จึงทำให้คมขวานเข้าเนื้อจนเป็นแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลัง โดยสำนักที่ผู้บาดเจ็บเดินทางไปลองของนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในขณะที่ตนเข้าทำการช่วยเหลือนั้น พบว่าผู้บาดเจ็บมีอาการปวดแผลอย่างรุนแรงจนนอนหลังเกร็งและบ่นปวดตลอดเวลา ทั้งนี้ เมื่อถามว่าเข็ดหรือไม่กับการไปลองของเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ให้ความเห็นว่าผู้บาดเจ็บน่าจะยังไม่เข็ด เนื่องจากเรื่องดังกล่าวถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่เขายังคงยึดถืออย่างแรงกล้า



