สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซาออกแถลงการณ์ ว่ากองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ในเมืองกาซาซิตี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งที่อิสราเอลยืนยันว่า เตรียมกลับมาเปิดด่านราฟาห์ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญระหว่างภาคใต้ของฉนวนกาซากับอียิปต์ ในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แต่จะยังจำกัดเฉพาะการสัญจรทางเท้าเท่านั้น
ขณะที่กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่าการโจมตีทางอากาศครั้งนี้เป็นการตอบโต้ “การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง” จากการพบเห็นสมาชิกกลุ่มฮามาส 8 คน ออกมาจากอุโมงค์ในเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขอย่างร้ายแรง โดยผลจากการโจมตีสามารถสังหารสมาชิกระดับผู้บัญชาการอย่างน้อย 4 ราย จากกลุ่มฮามาสและเครือข่าย
Israeli attacks on the Gaza Strip have killed at least 12 Palestinians, including six children, a day before Israel is due to reopen the Rafah crossing.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 31, 2026
???? Follow our LIVE coverage: https://t.co/AlV96G0Kig pic.twitter.com/M0Fu0nJnWi
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์และกาตาร์ออกแถลงการณ์ ประณาม “การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง” โดยไม่ได้กล่าวโทษฝ่ายใดอย่างเป็นทางการ และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน “ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด” ด้านกาตาร์เสริมว่า ความรุนแรงนี้เป็นการยกระดับสถานการณ์ที่อันตรายและจะบ่อนทำลายความพยายามระดับนานาชาติ เพื่อรักษาเสถียรภาพของข้อตกลงหยุดยิง
ทั้งนี้ รายงานของกระทรวงสาธารณสุขฉนวนกาซาระบุด้วยว่า นับตั้งแต่ข้อตกลงสงบศึกระยะแรกตามแนวทางของสหรัฐ มีผลเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ปีที่แล้ว การโจมตีของอิสราเอลคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 509 ราย ส่วนกองทัพอิสราเอลระบุว่า มีทหารเสียชีวิต 4 นายในช่วงเวลาเดียวกัน.
เครดิตภาพ : AFP



