พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท ที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับคนในพื้นที่และโดยรอบได้เข้ามาเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือนั่งสบายๆ ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศร่มรื่นโอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยมากมาย

“อุทยานเบญจสิริ” สวนสาธารณะแห่งนี้ยังเป็นแหล่งรวมประติมากรรมงานศิลป์ชิ้นเยี่ยม ผลงานศิลปินชั้นนำระดับประเทศ เป็น “สวนประติมากรรม” แห่งแรกของกรุงเทพมหานคร แกลเลอรี่กลางแจ้งที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมไว้รายรอบพื้นที่ เป็นหมุดหมายให้กับสายอาร์ต ผู้ชื่นชอบศิลปะประติมากรรมได้แวะเข้ามาชื่นชมผลงานชิ้นสำคัญๆ ทรงคุณค่า

ด้วยการจัดแสดงที่มีมายาวนาน ประติมากรรมหลายชิ้นเริ่มทรุดโทรม ที่ผ่านมามีการบูรณะซ่อมแซมประติมากรรมในอุทยานเบญจสิริ โดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานครร่วมกันดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู คืนความงาม ความสมบูรณ์ให้กับงานศิลปะ ให้ศิลปะอยู่คู่เมืองเติมสีสันที่มีเสน่ห์ให้แก่เมือง

“สวนแห่งประติมากรรม” ประติมากรรมทรงคุณค่าภายในอุทยานเบญจสิริจำนวน 21 ชิ้น มีผลงานนับแต่ครั้งเริ่มติดตั้ง “กลุ่มประติมากรรมเดิม พ.ศ.2535” จำนวน 12 ผลงาน โดยหนึ่งในชิ้นสำคัญคือ ประติมากรรมเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ พระบรมรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประทับยืนเต็มพระองค์

“ประติมากรรมกลุ่มโครงการเยาวชนเพื่องานประติมากรรม พ.ศ.2538” จำนวน 6 ผลงานและ งานประติมากรรมกลุ่มชิ้นงานใหม่ 3 ผลงาน ทั้งนี้ชวนรู้จัก เดินชมผลงานประติมากรรมร่วมสมัยจากศิลปินระดับชาติที่จัดแสดงภายในสวนแห่งนี้ และการซ่อมแซมอนุรักษ์เฟสแรกกับประติมากรรม 9 ผลงาน โดยที่ผ่านมาในงาน สืบสานพระราชปณิธาน สู่การบูรณะสวนแห่งประติมากรรม เปิดตัวโครงการซ่อมแซมและบูรณะประติมากรรมในอุทยานเบญจสิริ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ประติมากรรมอันทรงคุณค่าที่ติดตั้งประดับในอุทยานเบญจสิริ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปีพ.ศ.2535 ปัจจุบันผลงานประติมากรรมมีอายุกว่า 30 ปี มีสภาพทรุดโทรม จากที่กล่าวมีความเห็นถึงการปรับปรุงซ่อมแซม

การปรับปรุงภูมิทัศน์และการซ่อมแซมบูรณะผลงานประติมากรรมภายในอุทยานเบญจสิริ คืนความงามความสมบูรณ์ให้กับประติมากรรม ปัจจุบันเสร็จสิ้นบางส่วน  ประติมากรรม “รูปเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” เป็นหนึ่งใน 9 ผลงานประติมากรรมที่บูรณะ โดย “เหรียญที่ระลึกฯ” เป็นงานประติมากรรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและติดตั้งในอุทยานโดยเฉพาะ เป็นผลงานประติมากรรมนูนต่ำสองด้าน ด้านหน้าปรากฏภาพพระฉายาลักษณ์  ด้านหลังปรากฏพระปรมาภิไธย

“ผลงานประติมากรรมก่อนการซ่อมแซมพบรอยร้าวบริเวณรอยต่อของแผ่นทองเหลือง ทำให้มีน้ำเข้าด้านใน ชิ้นงานเกิดหลุดร่อนของแผ่นทองคำเปลว ทองคำเปลวมีสีหม่น และพบว่าการหล่อผลงาน ไม่ได้นำท่อน้ำโลหะด้านในออก ทำให้เมื่อผลงานมีรอยร้าว ท่อน้ำโลหะดันผลงานจึงเกิดการโค้งของผิวงานเล็กน้อย ผู้ซ่อมแซมจึงทำการลอก ขูดทองคำเปลวเดิม ตัดท่อน้ำโลหะดังกล่าวออกบางส่วน แล้วอุดรูตามดปิดผิวงาน เชื่อมรอยร้าวด้วยวัสดุเดิม และทำการรองพื้นปิดทองคำเปลวใหม่”

เช่นเดียวกับ“เติบโต” ประติมากรรมโดดเด่น ผลงานศาสตราเมธี นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ ประติมากรรมลดทอนจากการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ที่ชูช่อสูงขึ้นอย่างแข็งแรง และมั่นคง ใช้มวล ปริมาตรเป็นภาษาสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์

“ผลงานประติมากรรมพบการหลุดร่อนของแผ่นทองคำเปลว จากผิวโลหะที่ผุกร่อนตามกาลเวลา เกิดรู น้ำฝนเข้าไปในผลงาน มีความชื้นสะสม ผู้ซ่อมแซมจึงทำการขูดลอกแผ่นทองคำเปลวเดิม ทำความสะอาด ล้างผิววัตถุ จากนั้นปิดผิวรู ระนาบที่ยุบตัว พ่นสีรองพื้น ปิดทองคำเปลวใหม่ โดยผลงานชิ้นนี้หากเดินมาจากด้านหน้า เดินวนไปทางซ้ายมือค่อนไปทางด้านหลังก็จะพบกับประติมากรรม”

ไม่ไกลจากกัน อีกหนึ่งผลงานโดดเด่น ประติมากรรม “ยอดสูงส่ง ฐานมั่นคง” โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติ ประติมากรรมทรงพีระมิดส่วนยอดสีทองอร่าม นำเสนอความงามทางรูปทรงกับการยกระดับจิตใจมนุษย์ให้ดีขึ้น โดยผลงานชิ้นนี้ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมคืนความสมบูรณ์

“ลีลาแห่งสัมพันธภาพ” ประติมากรรมกึ่งนามธรรม (Semi Abstract) นำรูปทรงของมนุษย์มาซ้อนต่อกันแสดงการเคลื่อนไหว ผลงานผู้ช่วยศาสตรจารย์เชิดชัย ศิริโภคา ชิ้นนี้พบรอยร้าว แตกหลายจุด เช่นเดียวกับ ประติมากรรม “สัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ” โดย ณภัทร ธรรมนิยา ประติมากรรมกึ่งนามธรรมได้รับแรงบันดาลใจจากนกพิราบ สื่อถึงเสรีภาพ นำรูปทรงมาลดทอน พบการชำรุดมากโดยผลงานอยู่ในกระบวนการซ่อมแซม  

ส่วน “Guangzhou . Bangkok” ผลงานประติมากรรมที่เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทยจีน ครบ 5 รอบ ผลงานประติมากรรมนำรูปทรงของดอกกล้วยไม้มาลดทอน เป็นอีกชิ้นงานที่บูรณะซ่อมแซม โดยชิ้นนี้พบแค่คราบน้ำและฝุ่น ผู้ซ่อมแชมจึงทำความสะอาด

นอกจากนี้ยังมีผลงานทรงคุณค่า ประติมากรรม “รำมะนา” โดยศิลปิน ชิต เหรียญประชา ศิลปินแห่งชาติ “รำมะนา” เป็น 1 ในผลงานแกะสลักไม้มะฮอกกานีชุดนักดนตรี โดยต้นแบบอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผลงานมีรูปทรงของผู้ชายกำลังบรรเลงเครื่องดนตรีรำมะานา แสดงความมีชีวิตชีวา อ่อนช้อย ความสนุกสนาน และจินตนาการถึงเสียงดนตรี ผ่านท่วงท่าที่สง่างาม เคลิ้มไปกับใบหน้าของนักดนตรี โดยผลงานชิ้นนี้จัดแสดงโดดเด่นมองเห็นได้ไม่ยาก

ขณะที่ประติมากรรม “งอกงาม” ผลงานศิลปินแห่งชาติ ชำเรือง วิเชียรเขตต์ แรงบันดาลใจจากรูปทรงจากมนุษย์และสรรพสิ่งในธรรมชาติ ตัดทอน ลดรายละเอียดลง เหลือเพียงรูปทรงอันเรียบง่ายตามแนวทางงานศิลปะกึ่งนามธรรมและนามธรรม และ “หรรษา” ผลงานศิลปิน มีเซียม ยิบอินซอย งานประติมากรรมแสดงรูปทรงของหญิงสาวที่กำลังเต้นบัลเล่อย่างพลิ้วไหว ผ่านรูปทรง น้ำหนัก อีกชิ้นงานที่ได้ทำความสะอาดผิวงานทั้งด้านนอกและด้านใน ผลงานอยู่ระหว่างกระบวนการซ่อมแซม

ทางด้าน รศ.ดร.ถนอมจิตร์ ชุ่มวงค์ ศิลปินที่เข้าร่วมงาน ผู้สร้างสรรค์ประติมากรรม ”วัว” อีกหนึ่งผลงานประติมากรรมที่จัดแสดง ศิลปินเล่าถึงผลงาน ให้มุมมองความสำคัญงานประติมากรรมในพื้นที่สาธารณะว่า ประติมากรรมที่จัดแสดงที่นี่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง

“กรุงเทพมหานครมีงานประติมากรรมจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะหลายแห่ง หลายสวนสาธารณะ แต่สำหรับที่นี่ถือว่ามีผลงานประติมากรรมของศิลปินแห่งชาติหลายชิ้นรวมอยู่มาก ไม่เพียงเฉพาะคนไทย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ก็สามารถเข้าชม เข้าถึงงานศิลปะ เป็นอีกพื้นที่ที่สร้างการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง” 

ศิลปะในพื้นที่สาธารณะมีความสำคัญหลายมิติ ปัจจุบันศิลปะในพื้นที่สาธารณะมีให้ชมมากขึ้น สำหรับประติมากรรม “วัว” วัสดุโลหะเป็นผลงานชนะเลิศจากโครงการเยาวชนเพื่องานประติมากรรม พ.ศ.2538 พูดถึงเรื่องการเดินทางของชีวิต อีกหนึ่งผลงานที่ร่วมบอกเล่างานศิลปะประติมากรรมในสวนสวย “สวนแห่งประติมากรรม”

                                                                                        พงษ์พรรณ  บุญเลิศ