สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ในคิวบา ว่าประเทศแห่งนี้ “เป็นรัฐล้มเหลวมานานแล้ว” อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ คิวบาไม่มีเวเนซุเอลา “คอยค้ำจุนทางเศรษฐกิจอีกต่อไป” ตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันกำลังหารือกับ “กลุ่มคนระดับสูงสุดของคิวบา” ซึ่งกำลังมีการประเมินสถานการณ์ และแสดงความเชื่อมั่นว่า “จะได้ทำข้อตกลงกับคิวบา”
ทั้งนี้ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าอาจมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม กับสินค้าข้ามชาติที่เป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ซึ่งมีการขายหรือจัดหาน้ำมันให้แก่คิวบา “ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม” คำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) โดยระบุว่า รัฐบาลคิวบาถือเป็น “ภัยคุกคามที่ผิดปกติและร้ายแรง” ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ
MOMENTS AGO: President Trump speaks on the future of Cuba after moving to cut its key oil supplies.
— Fox News (@FoxNews) February 1, 2026
"I think we're going to make a deal." pic.twitter.com/3kFCApJlBn
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ประณามการที่นายไมค์ แฮมเมอร์ อุปทูตสหรัฐประจำคิวบา เผชิญกับการด่าทอของประชาชน ระหว่างการลงพื้นที่ว่า “ระบอบคิวบาที่ผิดกฎหมายต้องหยุดพฤติกรรมกดขี่ และการส่งคนมาขัดขวางการทำงานทางการทูตของเจ้าหน้าที่สหรัฐโดยทันที” และยืนยันว่า “นักการทูตของสหรัฐจะยังคงเดินหน้าพบปะกับชาวคิวบาต่อไป”.
เครดิตภาพ : AFP



