“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” สัมภาษณ์นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข อดีตผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2569 เป็นวันสุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการ กทท. คนที่ 19 ซึ่งครบวาระ 4 ปี หลังจากดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2565 โดยตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา รู้สึกเป็นเกียรติ และภาคภูมิใจที่มีโอกาสเข้าทำงานที่ กทท. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยในการทำงานได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคนอย่างดี ในการช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น จนประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน ล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค.2568 กทท. ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2568 ประเภทรางวัลการพัฒนาองค์กรดีเด่นด้วย

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันในด้านผลประกอบการ ช่วงการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ได้บริหารจัดการ ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง โดยปีงบประมาณ 2565 มีรายได้ 16,074 ล้านบาทกำไร 6,286 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2566 มีรายได้ 16,256 ล้านบาท กำไร 6,665 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ2567 มีรายได้ 17,224 ล้านบาท เป็นสถิติใหม่ (New Record) ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน กำไร 7,648 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้ง กทท. ขณะที่ปี 2568 มีรายได้ 16,756 กำไรกว่า 7,096 ล้านบาท และคาดว่าในปี2569 จะมีรายได้ประมาณ 17,000 ล้านบาท กำไรไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านเช่นเดียวกัน

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า แม้ว่าตนจะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ กทท. แล้ว แต่งานต่างๆของ กทท. ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องไม่มีสะดุด ซึ่งจะมี ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการที่อาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ในตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ กทท. แทน โดยเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของ กทท. เพื่อขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับผู้บริหาร และพนักงาน ช่วยกันสร้างให้องค์กรมีการเติบโตต่อไป บรรลุวิสัยทัศน์ในการที่จะผลักดันให้ท่าเรือของไทย เป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลก ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เป็นเลิศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายเกรียงไกร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ กทท. ยังมีอีกหลายโครงการที่ขอฝากให้คณะผู้บริหาร และพนักงานกทท. ทุกคน ได้ร่วมกันผลักดัน และสานต่อให้ประสบความสำเร็จ เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมตามแผนงานที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็น โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ(เฟส)ที่ 3 เพื่อรองรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางเรือ เพิ่มศักยภาพให้แหลมฉบังเป็นท่าเรือระดับโลก ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัดงานก่อสร้าง เนื่องจากงานยังล่าช้า และมีประเด็นทางเทคนิคเกี่ยวกับสเปกค่าความหนาแน่นของทรายถมที่ไม่ตรงกัน ระหว่างสัญญาจ้างถมทะเล และสัญญาสัมปทานโครงการฯ

นอกจากนี้ยังมีโครงการท่าเรือบก (Dry Port) 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา และอยุธยา เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งต่อเนื่องจากถนน ราง น้ำ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค, โครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) ปรับปรุงพื้นที่กว่า 2,350 ไร่ ให้เป็น Smart City Port และ Smart Community ที่ทันสมัยพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญ เพื่อการท่องเที่ยว และการพัฒนาท่าเรือสีเขียว (Green Port) ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เปลี่ยนเครื่องจักรในท่าเรือเป็นระบบไฟฟ้า และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจัดการของเสียจากเรือเป็นต้น.