เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ติดตามบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ในวันแรก โดยพบว่าเป็นไปอย่างคึกคัก  ข้อมูล ณ เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นช่วง 3 ชั่วโมงแรกของการจับจ่ายมีการใช้สิทธิแล้ว 170 ล้านบาท จำนวน 890,000 คน และมีร้านค้าไดรับเงินโอนจากรัฐบาลแล้วกว่า 200,000 รายการ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการได้รับการตอบรับอย่างดี

“วันนี้ตั้งใจลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายในตลาดโดยตรง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและจากการสำรวจพบว่าบรรยากาศในตลาดมีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากโครงการนี้กำหนดให้รัฐบาลออกค่าใช้จ่ายแทนประชาชนในสัดส่วน 60% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อ ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤติตะวันออกกลาง”

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มประชาชนที่ตกหล่นหรือไม่มีโทรศัพท์มือถือในการลงทะเบียนเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส รัฐบาลก็มีนโยบายดูแลซึ่งในวันที่ 2 มิ.ย. 69 กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.พิจารณา ทบทวนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่โดยมุ่งเน้นกลุ่มมีรายได้น้อยที่ไม่มีสมาร์ตโฟนและยังไม่สามารถเข้าถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในขณะนี้ สามารถติดต่อหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอรับการพิจารณาความช่วยเหลือได้

ปัจจุบันไทยช่วยไทยพลัสมีผู้เข้าร่วมแล้ว 26.05 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 20-50 ปี และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากกว่า 1.05 ล้านแห่ง โดยประชาชนมีสิทธิใช้จ่ายได้เดือนละ 1,000 บาท ไม่เกินวันละ 200 บาท ซึ่งรัฐบาลยังเปิดรับสมัครร้านค้าใหม่ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 69 สำหรับการโอนเงินให้ร้านค้า รัฐบาลจะรวบรวมยอดขายทุกวันภายในเวลา 23.00 น. และโอนเงินในวันถัดไปทันที เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการรายย่อย

นายเอกนิติ กล่าวยืนยันว่า โครงการนี้ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ โดยเงินใน พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะถูกส่งตรงถึงมือประชาชน และหากมีวงเงินคงเหลือจากจำนวนผู้ใช้สิทธิที่ไม่ครบ 30 ล้านสิทธิ รัฐบาลจะนำงบประมาณส่วนที่เหลือไปใช้ในมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นต่อไป