เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายวรภพ วิริยะโรจน์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อยื่นเอกสารทำเรื่องขอประกันตัวก่อนวันนัดในคดี อ.1035/2568 ที่บริษัทในกลุ่มของ กัลฟ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทั้ง 3 คน เป็นจำเลย ในข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคนละ 100 ล้าน รวมทั้งหมด 300 ล้านบาท โดยกรณีของนายณัฐพงษ์เป็นกรณีการแถลงข่าวที่พรรคประชาชน พูดถึงโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาล ส่วนกรณีของนายศุภโชติ และนายวรภพ เป็นกรณีของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา
โดยศาลได้นัดสอบให้คำให้การในคดีของนายณัฐพงษ์ ในวันที่ 16 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายศุภโชติ เวลา 13.00 น. ของวันเดียวกัน และคดีนายวรภพ นัดสอบคำให้การในวันที่ 11 พ.ค. เวลา 09.00 น.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในวันนี้มาดำเนินการเรื่องเอกสารในการขอประกันตัวจากการที่ตนเองกับนายศุภโชติ และนายวรภพ ถูกบริษัทในกลุ่มของกัลฟ์ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท เป็นคนละคดีกัน ตนเองโดนเรื่องแถลงข่าวเรียกร้องปัญหาค่าไฟแพง เมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2567 ส่วนนายวรภพกับนายศุภโชค เป็นกรณีการอภิปรายในสภา คดีนี้ศาลรับฟ้องแล้ว จึงมาดำเนินการขอประกันตัว ซึ่งมั่นใจว่าตนเองไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี เพราะช่วงนี้เป็นช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เชื่อว่าอย่างไรก็ตามสังคมให้ความเป็นธรรมกับทุกคน
เมื่อถามว่ามีความกังวลใจหรือไม่เกี่ยวกับคดีนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คดีนี้แยกกันกับเรื่องของการหาเสียงเลือกตั้ง และไม่เสียสมาธิ ในส่วนของการเรียกร้องดำเนินนโยบายของภาครัฐให้มีการปรับนโยบายในส่วนของโครงสร้างพลังงานและการรับซื้อพลังงานในประเทศ ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ราคาค่าไฟฟ้ามีความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป ไม่ได้ทำให้หวั่นไหวและไม่ทำให้หยุดในกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในประเทศให้เป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น ส่วนเรื่องการไปปราศรัยที่สุพรรณบุรีไม่ได้หวั่นเกรงอะไร และเตรียมหมัดเด็ดในการปราศรัย และเมื่อช่วงการเลือกตั้ง 2566 ที่ผ่านมาที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการเลือกตั้ง ชี้ให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลในขณะนั้นได้รับแรงสนับสนุนจากชาวสุพรรณบุรีเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นหมัดเด็ดของการปราศรัยช่วงเย็นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องรอติดตาม

เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายจากโพลต่าง ๆ ที่ออกมา มีความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้มากแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โพลที่ออกมาจากสำนักต่าง ๆ พบว่ากระแสความนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณตามลำดับ ตนและเพื่อนร่วมพรรคมีความมั่นใจ และการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นการเลือกนักการเมืองเข้าไปบริหารประเทศ แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศไทยเพื่อหลุดจากวงจรการเมืองในอดีต ถ้าเห็นด้วยว่าอยากได้ประเทศไทยที่ดีกว่า ไม่มีสีเทา ทุกคนเท่าเทียมกัน ตนเชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่ากรณีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่พบปัญหาในหลายปัจจัยที่ทำให้เข้าใจได้ว่าพรรคประชาชนถูกกระทำมากกว่าพรรคอื่นๆ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เตรียมพิจารณาในเรื่องของข้อกฎหมาย ถ้ามีความจงใจและเจตนาในการกระทำหน้าที่ที่ผิดพลาด ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ พร้อมมองว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา กลายเป็นว่าประชาชนพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาสิทธิของตัวเอง ทั้งที่ กกต. สามารถดำเนินการอะไรได้ดีกว่านี้ ทำให้ประชาชนต้องไปหาข้อมูลเองหน้าหน่วยเลือกตั้ง ถ้า กกต. คิดล่วงหน้า น่าทำงานได้ดีกว่านี้ ก็จะช่วยปกป้องสิทธิของประชาชนได้ดีกว่านี้ ส่วนความกังวลว่าในเรื่องของบัตรแบบแบ่งเขต ถ้าส่งไปผิดเขตผิดหน่วยก็อาจจะเกิดปัญหาบัตรเขย่งได้ เป็นสิ่งที่พวกเราก็รอฟังคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต. เช่นเดียวกัน แม้จะออกมาแสดงคำขอโทษก็ไม่สามารถแก้ปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้บริเวณด้านหน้าของศาลอาญา มีประชาชนผู้สนับสนุนพรรคประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางเข้ามายื่นดอกไม้เพื่อให้กำลังใจนายณัฐพงษ์ด้วย
ภายหลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวคดีที่ บริษัทกัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัด ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาแล้ว
ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยชั้นพิจารณา ตีราคาประกัน 10,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยกระทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว



