สิ้นสุดการรอคอย! กับ “คิวามิยะ : KIWAMIYA” สาขา 2 ในไทยที่ centralwOrld ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ยกทัพความพรีเมียมมาแบบ Full Option ใครที่ชอบเนื้อแบบ Rare Served ที่เราเป็น “นายตัวเอง” ควบคุมความสุกได้ทุกคำที่เข้าปาก บอกเลยว่าที่นี่คือ The Best

โต๊ะนั่งจะเป็นแบบเคาท์เตอร์หน้าเตาเทปปันร้อนๆ และมีเชฟมาย่างเนื้อ ผัดข้าวให้เราได้เห็นกันจะๆ ตา ถือเป็นประสบการณ์ความอร่อยแบบใกล้ชิดติดเตาร้อนระอุกันไปเลย


Main Dish: เมื่อเนื้อคือพระเจ้า
Kiwamiya Hamburg : คิวามิยะ แฮมเบิร์ก ที่สุดของแฮมเบิร์กระดับตำนานจากฟุกุโอกะ (S 320.-, M 420.-, L 490.-, XL 690.-)
Signature ของร้าน เนื้อวากิว 100% บดมาแบบตะมุตะมิปั้นมือสดใหม่ทุกวัน เสิร์ฟมาแบบเกือบดิบ (Rare) ในจานพร้อมต้นหอมซอย จานวางบนเตาเทปปันร้อน ให้เราใช้ตะเกียบแบ่งแล้วเอาเนื้อไปกดลงบน “เตาร้อน” เสียงซู่ๆ… พร้อมควันหอมๆ มันคือสวรรค์ชัดๆ เนื้อมีความหนึบสู้ลิ้น รสสัมผัสเข้มข้น และฉ่ำวาวไปด้วยไขมันดี






A5 Wagyu Steak : คิวามิยะ พรีเมียม สเต็กวากิว A5 (S 599.-, M 899.-)
ใครที่อยากสัมผัสความ “ละลายในปาก” ต้องจานนี้! ลายมันหินอ่อนแทรกกระจายสวยงาม ย่างพอให้ด้านนอกตึงๆ ข้างในยังนุ่มเหมือนนุ่น เป็นความเข้มข้นของเนื้อวากิวแท้ที่หาตัวจับยาก มาพร้อมประสบการณ์ปรับระดับความสุกตามความชอบของแต่ละคน


Pork Steak (Tonteki) : สเต็กหมู (320.-)
ใครไม่ทานเนื้อไม่ต้องน้อยใจ! ที่นี่มีสเต็กหมูส่วนไหล่ระดับพรีเมียม ที่เคี้ยวหนึบหนับสู้ฟัน เนื้อมีความฉ่ำหอม ไม่แห้งกระด้าง ยิ่งย่างให้ขอบเกรียมนิดๆ คือทีเด็ด
Side Dish อร่อยจนเกือบแย่งซีน
Kani Korokke : โคร็อกเกะครีมปู (259.-)
Ebi Korokke : โคร็อกเกะกุ้งกรอบนอกนุ่มใน (259.-)
เป็นโคร็อกเกะที่แป้งบางกรอบไม่อมน้ำมัน ไส้ข้างในคือความครีมมี่ที่อัดแน่น มีให้เลือก 2 แบบคือ “กุ้ง” และ “ปู” แบบเน้นๆ หวานหอมกลิ่นทะเลแท้ๆ เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำปลีฝอยและซอสสูตรพิเศษ พร้อมด้วยมัสตาร์ดรสจัด

Truffle Fried Rice with Organic Egg : ข้าวผัดทรัฟเฟิลท็อปปิ้งไข่สด (320.-)
ข้าวญี่ปุ่นหุงสดใหม่เรียงเม็ดสวย คลุกเคล้ากับไข่และเห็ดทรัฟเฟิลดำหอมกรุ่น รสชาติหรูหรากลมกล่อม หนึ่งในเมนูพิเศษที่มีเฉพาะที่คิวามิยะประเทศไทยเท่านั้น

Creamy Omurice :ข้าวผัดห่อไข่ (220.-)
ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ผัดคลุกเคล้ากับเนยกระเทียมหอมๆ และไข่สด เป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความหอมอร่อย มีเฉพาะที่คิวามิยะประเทศไทย
Kiwamiya Special Refill Set (80.-) : “ข้าวสวยญี่ปุ่น” ที่นี่คัดเกรดมาอย่างดี เมล็ดอวบอิ่ม เคี้ยวหนึบ เข้าคู่กับ “ซุปหัวหอมร้อนๆ” และ “สลัดกะหล่ำปลีกรอบๆ” พร้อมซอสเปรี้ยว ช่วยตัดเลี่ยนได้สมบูรณ์แบบ ทั้งสามอย่างพร้อมเติมได้ไม่อั้น ปิดท้ายมื้อด้วย “ไอศกรีมฮอกไกโดซอฟต์เสิร์ฟ” ที่ไม่ได้รวมอยู่ในเงื่อนไข Refill มีให้กินถ้วยเดียว

แต่ถ้าไม่อยากสั่งเป็น Set สั่งแค่ข้าว Refill, ซุป Refill หรือ สลัดผัด Refill ราคาเมนูละ 40 บาท
อีกหนึ่งทีเด็ดของร้านคือ The 5 Sauces: มนตราแห่งรสชาติ (ไทยแลนด์ Exclusive!) ที่นี่มีซอสให้เลือกถึง 5 ชนิด! โดยมี 2 ชนิดพิเศษที่มีเฉพาะในไทย แต่ละตัวถูกออกแบบมาเพื่อชูรสเนื้อที่ต่างกัน
Kiwamiya Sweet tare sauce ซอสหวานคิวามิยะ
ซอสหวานสูตรลับเฉพาะที่มีกลิ่นหอมของปลาย่างและโชยุ เข้ากับได้ดีกับแฮมเบิร์ก
Kiwamiya Meat sauce ซอสเนื้อคิวามิยะ
ซอสสูตรพิเศษ คิดค้นและเคี่ยวด้วยขั้นตอนเฉพาะ ช่วยดึงรสชาติแท้ของเนื้อออกมาได้อย่างล้ำลึก

Onion sauce ซอสหัวหอม
ซอสหัวหอมสูตรต้นตำรับ รสกลมกล่อมที่ลึกซึ้ง ผสานความเรียบง่ายอย่างลงตัว
Only in Thailand
Ponzu Yuzu Kocho sauce ซอสยูสุโคโชพอนสึ
รสเผ็ดหอมของพริกยูซุ ผสานกับความเปรี้ยวสดชื่นของพอนสึ
Akakara sauce ซอสเผ็ดอะคะคาระ
รสเผ็ดจัดจ้านพร้อมกลิ่นกระเทียมและพริกหลายชนิด ที่เข้ากันดีกับความหวานของเนื้อ
สำหรับสายเรียบง่าย ไม่จิ้มซอส ทางร้านมีเกลือหิมาลายันให้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีไข่แดงดิบ ฟองละ 45 บาท ให้เลือกสั่งไปจิ้มแฮมเบิร์กเพิ่มความละมุน แล้วค่อยจิ้มซอสอีกที
“ชาโฮจิฉะ” ของที่นี่ก็ถือเป็นทีเด็ด ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มแก้กระหาย แต่มันมีความหอมสะอาด ช่วยล้างลิ้นให้พร้อมรับรสสัมผัสถัดไปได้เป็นอย่างดี





สรุปความคุ้มค่า
Vibe: สนุก ตื่นเต้นกับการได้นั่งที่เคาท์เตอร์ดูเชฟย่างเนื้อให้ จากนั้นได้ย่างเองด้วย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วร้าน (แต่ระบบระบายอากาศเขาดีนะ!)
รสชาติ: 10/10 ไม่หัก วัตถุดิบคือของจริง เนื้อวากิว A5
พิกัด: centralwOrld ชั้น 6 โซน Beacon
ดีเดย์: 6 กุมภาพันธ์นี้ เปิดร้านวันแรก เตรียมพุ่งตัวไปจองคิว!
“เพราะความสุกที่ดีที่สุด คือความสุกที่คุณเลือกเอง… เจอกันที่หน้าเตาครับ!”



