จากการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา สายด่วน กกต. 1144 ได้รับเรื่องร้องเรียนและต่อว่าจากประชาชนสายแทบไหม้ เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เกิดความขลุกขลักหลายอย่าง

“โฆษกจอม”ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า จากการส่งผู้สังเกตการณ์ของพรรคไป 16 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง โดยคัดเลือกเฉพาะพื้นที่ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสูงกว่าการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่า 50% พบข้อสังเกตหลายประการ เช่น พบความไม่เป็นมาตรฐานในการติดประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลาง บางแห่งแยกป้ายรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อออกจากกัน ขณะที่บางแห่งรวมอยู่ในป้ายเดียวกัน

ตรวจพบว่าหลายหน่วยเลือกตั้งกลางติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ส.ส.4/14) ไม่ครบถ้วน เช่น รายชื่อนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ปรากฏว่าไม่พบในประกาศ ส.ส. 4/14 ณ ที่เลือกตั้งกลางจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 พบความคลาดเคลื่อนในการจ่าหน้าซองแบบ ส.ส. 5/2 โดยเฉพาะการกรอกรหัสเขตเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยมีความเข้าใจไม่ตรงกัน บางแห่งเข้าใจว่าเลขสองหลักแรกเป็นรหัสจังหวัด และสองหลักหลังเป็นรหัสเขต ขณะที่บางหน่วยกรอกรหัสเขตผิด หรือไม่กรอกเลย บัตรเลือกตั้งส่งไปผิดเขตอาจกลายเป็นบัตรเขย่ง

“ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ( ปชน.) ให้สัมภาษณ์สับแหลก กกต. “หน้าที่ของคุณมีอยู่อย่างเดียว คือการเลือกตั้งให้โปร่งใส เป็นธรรม และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แต่พอถึงช่วงเลือกตั้งทีไรมีปัญหาทุกที ทั้งที่งบประมาณที่จัดการเลือกตั้งไม่ใช่น้อยๆ ท่านก็มีการอบรมของท่านมาก่อน คิดว่าหลายๆ อย่างมองว่าเป็นความผิดพลาดได้ แต่หลายอย่างมันเกิดจากความตั้งใจ

มีอีก 2 กรณีที่เกิดขึ้นในค่ายทหาร คือก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จะมีการเก็บมือถือ ประชุมและพยายามที่จะล้างสมองปลุกใจ อย่าเลือกพรรคที่ด้อยค่าทหาร และอย่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่ากับการแก้ไข ม. 112 ซึ่งเป็นข้อมูลที่บิดเบือน ในค่ายทหารที่มีการเลือกตั้งกันแบบนอกเขต นอกจาก กกต. แล้วจะมีทหารชั้นผู้ใหญ่และทหารชั้นผู้น้อย ซึ่งมันอยู่กันแค่นี้ ไม่มีบุคคลภายนอกเข้าไปสังเกตการณ์ได้ ได้รับรายงานมาว่ามีถึงขนาดทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าไปดูแล้วว่ากาอะไร ที่ได้รับรายงานมามี 2 ค่าย แต่ขอไม่ให้เปิดเผย กลัวเดือดร้อน ที่มีประชุมนัดปลุกใจ น่าจะมีประมาณ 3 ค่าย”

เมื่อถามถึงกรณีที่นายแสวง บุญมี เลขา กกต.ออกมาขอโทษและยอมรับเป็นความผิดพลาด น.ส.รักชนก กล่าวว่า “คุณไม่ควรขอโทษ คุณควรจะลาออก ถ้าจัดการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง ไม่สามารถที่จะทำให้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม คุณจะทำอย่างไรกับคะแนนของประชาชนที่เขาบากบั่นไปกาบัตร แสดงเจตจำนงของเขา แต่มันไม่ถูกนับเพราะความผิดพลาดของ กกต. อย่าบอกว่าแค่ไม่กี่คะแนน กกต. พูดพล่อยๆ แบบนี้ไม่ได้ แล้วแค่ขอโทษไม่ได้ ประชาชนต้องการเห็นคนถูกลงโทษ ตอนนี้ผู้สมัคร สส. ปชน. ทยอยไปแจ้งความแล้ว”ไอซ์ กล่าว

และว่า “ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เปิดช่องอะไรเอาไว้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องไปกาเห็นชอบประชามติ เพื่อริเริ่มกระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต่อให้ประชาชนโกรธ กกต.ทั้งประเทศขนาดไหน เราทำอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่ได้มีช่องอะไรให้เปิดเอาไว้สำหรับการถอดถอน กกต. เลย” น.ส.รักชนก กล่าว

สำหรับเรื่องสู้เลือกตั้งโค้งสุดท้าย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ดำเนินรายการโดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้กล่าวออกอากาศตอนหนึ่งว่า แม้กระทั่งพรรคประชาชน ( ปชน.) เขาก็ไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หัวหน้าพรรค ปชน.บอกไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯ แต่ยังไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย แต่จะจับมือกันได้หรือไม่ต้องกลับไปคิดทางเลือกนี้ก่อน

“มั่นใจว่า ภูมิใจไทยจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ผมประเมินสูง หากพูดว่ามากกว่า 180 ก็โดนโจมตีว่าเราเวอร์ไป สังคมไทยเป็นสังคมที่หมั่นไส้ง่าย 200 ที่นั่งคือเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราเชื่อ เราส่ง 300 กว่าเขตและผู้สมัครเคยเป็น สส. เคยชนะเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขตเป็นผู้ที่เกือบจะได้ ขาดคะแนน400-1,000 คะแนน ส่วนบัญชีรายชื่อ คาดหวังในระดับ 10-15 ที่นั่ง”

“วันที่ 8 ก.พ.เวลา 20.00 น. น่าจะทราบผลเลือกตั้งแล้วว่าเป็นอย่างไร จะร่วมพรรคไหนต้องรอผล ไม่ต้องห่วงว่าพรรคไหนไม่ถูกกัน เรื่องพวกนี้ในทางปฏิบัติถึงเวลาจริงๆจะมีทางออก แต่ผมบอกแล้วไม่มีเอาเทา ไม่มีเอาดำ ไม่มีเอาพวกผิดกฎหมาย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาผมก็ไม่เอา คดีต้องเป็นเรื่องตัดสินแล้ว และมีหลายองค์ประกอบ ผมไม่เคยฝืนประชาชนอยู่แล้ว” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. “สส.เติ้ล”วรภพ วิริยะโรจน์ และ “สส.เปิ้ล”ศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ยื่นเอกสารทำเรื่องขอประกันตัวก่อนวันนัด ในคดี อ.1035/2568ที่บริษัท ในกลุ่มของ.กัลฟ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ทั้ง 3 คน เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาพร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคนละ 100 ล้าน กรณีของนายณัฐพงษ์เป็นกรณีการแถลงข่าว ที่พรรค ปชน.พูดถึงโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลในกรรมต่างๆ ทั้ง 3 คนไม่ขอเปิดเผยหลักทรัพย์ประกันตัว

หัวหน้าเท้ง กล่าวว่า ไม่เสียสมาธิในการหาเสียง จะเดินหน้าต่อในเรื่องเรียกร้องภาครัฐให้ปรับนโยบายโครงสร้างพลังงานและการรับซื้อพลังงานในประเทศ เพื่อให้ราคาค่าไฟฟ้ามีความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน ถ้าเราได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป โพลที่ออกมาจากสำนักต่าง ๆ พบว่ากระแสความนิยมของพรรค ปชน.เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ

“หัวหน้ามาร์ค”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงอุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อช่วย “ภู”สิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 4 หลานชายของนายถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง หัวหน้ามาร์คปราศรัยว่า เขตเลือกตั้งที่ 4 สงขลานี้ คือ บททดสอบสำคัญ นายสิทธิพัฒน์ กำลังแข่งกับผู้สมัครคนหนึ่ง ซึ่ง ปปง.เพิ่งมีมติส่งศาลยึดทรัพย์ที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย

“แม้ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ก็ยังถือว่าเขาไม่ผิด แต่มาตรฐานทางการเมืองที่ดีทั่วโลก คือคนที่เป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่ามาตรฐานของกฎหมาย ถ้าศาลตัดสินยึดทรัพย์ เขาก็ต้องพ้นจาก สส.ด้วย แล้วพี่น้องชาวสงขลาจะเลือกคนแบบนี้ส่งเข้าสภาจริงหรือ หรือจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่ไปเริ่มต้นทำงานเป็นผู้แทนฯที่ดี เข้าไปทำงานสร้างการเมืองสุจริต”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินในช่วงสถานการณ์โค้งสุดท้าย จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่าก็รุนแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีคนพูดอยู่ว่าอาจจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง หลายคนก็รู้ว่าเห็นอาการตั้งแต่ก่อนยุบสภาฯ ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขของ สส. ที่มีการเปลี่ยนแปลงย้ายพรรค จะซื้อถึงห้าใบเทาหรือไม่ไม่ทราบ ต้องไปถามชาวบ้าน.

“ทีมข่าวการเมือง”