เมื่อวันที่ 3 ก.พ. “หมอเจด” นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเฟซบุ๊ก หมอเจด โดยได้โพสต์ข้อความระบุว่า
หลายคนกินเสร็จแล้วรู้สึกง่วง เพลีย ใจสั่น หรือหิวของหวานต่อ ทั้งที่เพิ่งอิ่ม นั่นไม่ใช่เรื่องปกติของการกินอิ่ม แต่เป็นสัญญาณว่าน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็วเกินไป ช่วง 30 นาทีหลังมื้อคือ “หน้าต่างทอง” ที่เราสามารถช่วยร่างกายจัดการน้ำตาลได้ ถ้าปล่อยผ่าน น้ำตาลจะพุ่ง อินซูลินทำงานหนัก และกลายเป็นความเสี่ยงเบาหวาน ไขมันพอกตับ และอ้วนลงพุงในระยะยาว
1.ขยับร่างกายเบา ๆ ทันทีหลังมื้อ
การเดินช้า ๆ หรือขยับตัวเบา ๆ 10-15 นาทีหลังอาหาร ช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลจากกระแสเลือดไปใช้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินมาก เหมาะมากกับคนที่กินข้าว แป้ง หรืออาหารมื้อใหญ่เป็นประจำ การขยับหลังมื้อยังช่วยลดอาการง่วง เบลอ และแน่นท้อง ทำให้พลังงานถูกใช้แทนที่จะถูกเก็บเป็นไขมัน
2.อย่านั่งนิ่งหรือเอนตัวทันที
การนั่งเฉย ๆ หรือเอนหลังหลังอาหาร จะทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าสู่เลือดเร็วและแรงขึ้น ส่งผลให้กราฟน้ำตาลพุ่งสูงแบบไม่รู้ตัว ยิ่งนั่งจ้องมือถือหรือดูทีวี น้ำตาลยิ่งคุมยาก แค่เปลี่ยนเป็นนั่งหลังตรง ลุกเดิน หรือขยับตัวเป็นระยะ ก็ช่วยชะลอการพุ่งของน้ำตาลและลดภาระอินซูลินได้แล้ว
3.จิบน้ำเปล่าหรือชาไม่หวาน
น้ำเปล่าช่วยเจือจางความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น การจิบน้ำหลังมื้อยังช่วยลดความอยากของหวานแบบหลอก ๆ ได้ด้วย ควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ น้ำอัดลม หรือชาหวาน เพราะจะกลายเป็นการเติมน้ำตาลซ้ำ ทำให้น้ำตาลพุ่งหนักกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
4.หลีกเลี่ยงของหวานตบท้ายมื้อทันที
ของหวานหลังอาหารคือการเติมน้ำตาลบนกราฟที่กำลังพุ่งอยู่แล้ว ทำให้ตับและตับอ่อนทำงานหนักขึ้นมาก หากเลี่ยงไม่ได้ ควรเว้นอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงหลังมื้อหลัก หรือเลือกของหวานที่มีไฟเบอร์ โปรตีน หรือไขมันดีร่วมด้วย เพื่อลดความเร็วในการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เลือด
5.หายใจลึก ลดเครียดสั้น ๆ หลังมื้อ
ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับอาหาร ลองใช้เวลาหลังมื้อ 3-5 นาที หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ และผ่อนลมหายใจออกยาว ๆ จะช่วยให้ระบบประสาทสงบ อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น และลดการพุ่งของน้ำตาลแบบเงียบ ๆ ที่หลายคนไม่รู้ตัว
30 นาทีหลังมื้อคือช่วงตัดสินว่าน้ำตาลจะพุ่งหรือถูกควบคุมครับ แค่เราขยับตัว ดื่มน้ำ เลี่ยงหวาน ไม่นั่งนิ่ง และลดเครียด ก็ช่วยลดภาระตับ ตับอ่อน และลดความเสี่ยงเบาหวาน ไขมันพอกตับ และอ้วนลงพุงได้จริง ทำง่ายแต่ได้ผลจริงครับ แต่ถ้าอยากให้ได้ผลระยะยาว หรือลองทำแล้วค่าน้ำตาลยังไม่ลด สนใจปรึกษาผมเพียงกดที่ลิงก์ไลน์นี้ได้เลยครับ https://lin.ee/pPUZuQT
ขอบคุณเพจ หมอเจด



