อธิป ตันติวรวงศ์กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด มองว่า หัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในยุคนี้ ไม่ได้อยู่ที่การทำให้เขียวที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้เขียวแล้วสามารถแข่งขันและเติบโตต่อได้จริง

กรีนยังไงให้กรีนแล้วแข่งขันได้ด้วย อันนี้ผมว่ามันคือคีย์

อธิปอธิบายว่า หากมองในระดับโลก จะเห็นชัดว่าโครงสร้างการผลิตไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนเร็วมาก ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานจากจีน มีราคาลดลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ทั่วโลกเติบโตถึง 30% ขณะที่พลังงานลมเติบโต 7% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.3% ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าโลกกำลังเดินออกจากพลังงานแบบเดิม และขยับเข้าสู่พลังงานหมุนเวียน

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดเร็วขึ้น คือความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะโซลาร์ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งแรงหนุนจากนโยบายอีกต่อไป

โซลาร์มันคุ้มทุนด้วยตัวของมันเองแล้ว ไม่ต้องมีนโยบายอะไรมันก็เติบโตได้ เพราะมันไดรฟ์โดยทางด้านเศรษฐศาสตร์

อีกจุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ภายในปี 2026 ราคาแบตเตอรี่จะลดลงมาอยู่ราว 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานขยายตัวอย่างรวดเร็ว และช่วยแก้ข้อจำกัดของโซลาร์ในเรื่องการผลิตไฟฟ้าที่ไม่สม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน ภาวะโลกร้อนก็กลายเป็นตัวเร่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงสามปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยภูมิภาคเอเชียมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าเฉลี่ยโลกถึงสองเท่า และประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในสิบประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงที่สุด ความร้อนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่ยังผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

อธิปชี้ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันมาจาก 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ 1. ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก 2. ยานยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของทั้งระบบ และ 3. ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อความเย็นที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่ร้อนจัดขึ้นทุกปี

จากภาพรวมทั้งหมดนี้ การลงทุนด้านพลังงานสะอาดไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่อความอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ปัจจุบัน 55% เป็นเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการสามารถลงทุนและสร้างการแข่งขันให้กับองค์กรได้แล้วเหมือนคุณลงทุนวันนี้แล้วคอร์สคุณลดทันที อธิปย้ำ

แนวคิดที่มองว่า ความเขียวคือความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือ “Green is Competitive” จึงถือเป็นกรอบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ ว่าเทคโนโลยีสีเขียวแบบไหนควรทำก่อน แบบไหนควรรอ และแบบไหนยังไม่เหมาะกับบริบทของธุรกิจในวันนี้ เมื่อมองผ่านกรอบคิดดังกล่าว เทคโนโลยีสีเขียวในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มที่ลงทุนแล้วคุ้มทุนทันที กลุ่มที่ต้องลงทุนเพิ่มเล็กน้อยเพื่อรักษาตลาด ไปจนถึงกลุ่มที่ยังไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ เช่น เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน (Carbon Capture and Storage) ที่ยังต้องอาศัยนวัตกรรมและการสนับสนุนเชิงนโยบายเพิ่มเติม

อธิปย้ำว่าความท้าทายของผู้ประกอบ การ คือการเลือกจังหวะและระดับการลงทุนให้เหมาะสม

ถ้าเราค่อย ๆ กรีนมันจะไม่ได้แพงมาก แต่ถ้าคุณต้องการกรีน 100% ตั้งแต่วันแรก คุณอาจจะต้องลงทุนเยอะจนเกินไป พอยต์ที่สำคัญคือ ต้องหาจุดกลมกล่อมระหว่างกรีนกับสร้างการแข่งขันให้ได้

เหตุผลที่การเลือกจังหวะและระดับการลงทุนกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นในวันนี้ ไม่ได้มาจากต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงกดดันภายนอกที่กำลังค่อย ๆ ปิดพื้นที่การตัดสินใจของผู้ประกอบการลงเรื่อย ๆ

แรงกดดันจากกติกาโลกใหม่กำลังทำให้ผู้ประกอบ การมีเวลาปรับตัวน้อยลง เมื่อทั้งมาตรการการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) รวมถึงมาตรฐานทางการ เงินระดับโลกอย่าง “PCAF” (Partnership for Carbon Accounting Financials) เริ่มถูกใช้เป็นเงื่อนไขทางธุรกิจ

ถ้าคุณเลือกเทคโนโลยีที่กรีนด้วย คุณก็สามารถเตรียมพร้อมในการเข้าตลาด เพราะถ้าคุณรอจนถึงวันที่เขามา Enforce หรือบังคับแล้วมันไม่ทันแล้ว

อธิปมองว่าจุดเริ่มต้นที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือการรู้สถานะของตัวเอง ผ่านการตรวจวัดคาร์บอน

การตรวจวัดคาร์บอน เป็นจุดสำคัญจุดแรกให้เขารู้ตัวว่าเขาต้องพัฒนายังไง เหมือนเราไปตรวจเลือดใช่ไหมครับ รู้แล้วเฮ้ยไขมันสูง ต้องไปวิ่งสักหน่อยแล้ว

เมื่อมีข้อมูลชัด การสร้างภาพลักษณ์สีเขียวเกินจริงก็ทำได้ยากขึ้น

พอมีการตรวจวัดแล้ว คุณจะมาฟอกเขียวได้ยากละ เพราะมันเห็นอยู่ว่าคุณปล่อยคาร์บอนเท่าไหร่

บทบาทของ อินโนพาวเวอร์ จึงไม่ใช่แค่ผู้ให้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้ช่วยวางเส้นทางการเปลี่ยนผ่านให้ธุรกิจเดินได้จริง ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ กาญจนบุรีโมเดลการนำรถบัสไฟฟ้าเข้ามายกระดับเมืองท่องเที่ยว

โจทย์คือทำยังไงให้กาญจนบุรีกลายเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวสีเขียว เพราะในอนาคตสหภาพยุโรปมีแนวโน้มจะออกมาตรการหรือแรงจูงใจให้คนเลือกเดินทางไปยังจุดหมายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก กว่าที่อื่น

ในอุตสาหกรรมใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ อธิปมองว่าไทยกำลังได้เปรียบเชิงโครงสร้าง

มาเลเซียเริ่มมีข้อจำกัดด้านน้ำ ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์หลาย ๆ แห่งเริ่มหันมาสนใจไทยมากขึ้น

เมื่อผนวกกับความแข็งแรงของระบบไฟฟ้า ทำให้ไทยมีศักยภาพรองรับความต้องการไฟฟ้าสีเขียว 100% จากผู้ลงทุนต่างชาติผลจากการปรับตัวเชิงรุกสะท้อนผ่านการเติบโตของอินโนพาวเวอร์ อย่างชัดเจน ทั้งจำนวนลูกค้าและผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าในปีเดียว ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของบริษัทหนึ่ง แต่สะท้อนทิศทางของตลาดที่กำลังขยับไปในทางเดียวกัน

อย่าหยุดที่จะลงทุนในเรื่องกรีน เพราะมันคือการลดต้นทุนได้ทันที และในระดับโลก อุตสาหกรรมสีเขียวก็ยังเติบโตเป็นอันดับ 2 รองจากแค่เรื่องเทคโนโลยีหรือ AI เท่านั้นอธิปกล่าวทิ้งท้าย.