วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ผนึกกำลังผู้นำชุมชน พร้อมด้วยนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 “หมู่นกเค้าแมว” และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าขับเคลื่อนการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับชุมชน จัดกิจกรรม “การสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการ The TEN” เพื่อยกระดับความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์และทักษะการป้องกันตนเองของประชาชนทุกช่วงวัย ควบคู่การจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับชุมชน (Cyber Volunteers) ให้เกิดการเฝ้าระวัง ป้องกัน และขยายองค์ความรู้สู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดพื้นที่ดำเนินการนำร่องอ้างอิงจากผลสำรวจ ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย (Thailand Cyber Wellness Index: TCWI) ช่วงปี 2566–2568 จำนวน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นครราชสีมา,สงขลา และนครสวรรค์ เพื่อขยายผลการสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้ครอบคลุมและเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน

พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ วปอ. ในการพัฒนาผู้นำให้มีมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ เข้าใจความมั่นคงของชาติทุกมิติ และขับเคลื่อนความร่วมมือทุกภาคส่วนให้เกิดผลจริง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ความก้าวหน้าต้องเดินคู่ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน ภายใต้ วปอ. รุ่นที่ 68 เราเน้นการเรียนรู้สู่การลงมือทำ เพื่อเสริมพลังให้ชุมชนมีทักษะดิจิทัลใช้เทคโนโลยีอย่างรอบคอบ รู้เท่าทันข้อมูล และดูแลตนเองได้ทุกช่วงวัย พร้อมสร้างวัฒนธรรมการช่วยกันดูแลในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS นักศึกษา วปอ. รุ่น 68 หมู่นกเค้าแมว กล่าวว่า “โครงการ ‘The TEN’ มุ่งสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์’ จัดทำขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาสำคัญ อาทิ การหลอกลวงออนไลน์ การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล การปลอมแปลงตัวตน และข่าวปลอม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งนี้ ได้กำหนด 5 พื้นที่นำร่อง ได้แก่กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นครราชสีมา, สงขลา และนครสวรรค์ ประกอบด้วยการประเมินระดับความพร้อมและความเสี่ยงผ่าน Digital Health Check การจัดตั้งเครือข่าย Cyber Volunteers ร่วมกับผู้นำชุมชน พร้อมขยายการให้ความรู้แก่ประชาชน ผ่านหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ อาทิ การตั้งรหัสผ่านอย่างปลอดภัยการรับมือสแกมและการตรวจสอบข่าวปลอม รวมถึงการแนะนำบริการ *1185# แจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจรเพื่อแจ้งเบอร์โทรและ SMS ที่เข้าข่ายมิจฉาชีพ”

วปอ. เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะเป็นต้นแบบการสร้าง “เกราะป้องกันไซเบอร์” ในระดับชุมชน ช่วยลดความสูญเสียจากภัยออนไลน์ เพิ่มความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยี และต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนที่ปลอดภัย เข้มแข็ง และยั่งยืนบนโลกดิจิทัล

ขณะที่ พันเอก กรวรานนท์ กลั่นพรมสุวรรณ หัวหน้าหมู่นกเค้าแมว กล่าวถึงความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้คนไทยทั่วประเทศ ปัจจุบันภัยไซเบอร์ และการหลอกลวงออนไลน์ได้กลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเพศ วัย หรือพื้นที่ ทั้งในเมืองและชนบท รูปแบบของมิจฉาชีพมีความซับซ้อน เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลัก ดังนั้น การรับมือกับปัญหานี้ไม่สามารถพึ่งพาองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ แต่จำเป็นต้องอาศัย “ความร่วมมือ” จากทุกภาคส่วนของสังคม จากสถานการณ์ดังกล่าว นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 หมู่นกเค้าแมว จึงวางแผนร่วมกันในการจัดโครงการ “ภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน”

โดยมีความตั้งใจที่จะสร้างเครือข่ายร่วมกันของหลายภาคส่วน วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการนี้ คือ สร้างเครือข่ายภาคประชาชน ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และครอบคลุมทั่วประเทศ โดยร่วมกันสร้างเครือข่ายอาสาสมัครด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในชุมชน หรือ (Cyber Volunteers) เพื่อเป็นตัวแทนในการส่งต่อองค์ความรู้ ให้กับคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น เด็ก, เยาวชน, บุคคลในวัยทำงาน และผู้สูงอายุเพื่อเสริมทักษะทางดิจิทัล สร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้แก่คนในชุมชน เพื่อให้มีความรู้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที ในระยะแรกของโครงการฯ เราได้กำหนดพื้นที่นำร่องใน 5 จังหวัดกระจายไปยังภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร / จังหวัดสมุทรปราการ / นครราชสีมา / สงขลา และนครสวรรค์

หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ “ความร่วมมือ”เราเชื่อว่าการสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย ป้องกันตนเอง ลดความสูญเสีย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้แก่คนในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการให้ความรู้ในระยะสั้น แต่ต้องการสร้าง “ชุมชนที่รู้เท่าทันดิจิทัล” ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เป็นชุมชนที่สามารถดูแลกันเอง ส่งต่อความรู้ เตือนภัย และเป็นพลังสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ในระยะยาว เป้าหมายสูงสุด คือ การทำให้ประชาชนคนไทยมี ทักษะพื้นฐานในการป้องกันตนเองจากการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน

ด้านคุณแคทรียา ปทุมรส ตัวแทนหมู่นกเค้าแมว เสริมต่อจากที่ท่าน พันเอก กรวรานนท์ กลั่นพรมสุวรรณได้กล่าวถึงภาพรวมและที่มาของโครงการ “ภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ขออนุญาตต่อยอดในอีกมิติหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในชุมชน หรือCyber Volunteersในปัจจุบัน ภัยไซเบอร์ เป็นปัญหาใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงทางโทรศัพท์ การซื้อขายออนไลน์ การปลอมแปลงตัวตน หรือการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ภัยไซเบอร์จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ทุกคนต้องตระหนักและเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ ดังนั้น แนวคิดสำคัญของการสร้างCyber Volunteersคือ การพัฒนา “คนในชุมชน” ให้เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ส่งต่อองค์ความรู้ และให้คำแนะนำเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ให้แก่คนในพื้นที่ อาสาสมัครด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เป็นบุคคลที่สามารถใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้ เพื่อให้สามารถเป็น “ตัวกลาง” ในการส่งต่อความรู้ขยายผลไปสู่คนในชุมชน

แนวคิดการขยายผลสู่ระดับชุมชนของโครงการนี้ มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการวางรากฐานให้ชุมชนสามารถดูแลกันเองได้ในระยะยาว เมื่อเกิดภัยหรือเหตุผิดปกติ อาสาสมัครสามารถช่วยให้คำแนะนำเบื้องต้น ช่วยสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง และเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างทันท่วงที เมื่อเครือข่ายอาสาสมัครเข้มแข็ง จะเกิดการเรียนรู้และการส่งต่อองค์ความรู้จาก อาสาสมัคร1คน ส่งต่อความรู้สู่หลายคนในชุมชน และส่งต่อจากชุมชนหนึ่งไปยังอีกชุมชนหนึ่ง นี่คือ พลังสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ และสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เชื่อมั่นว่า หากเราสามารถปลูกฝังแนวคิดเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ให้หยั่งรากในระดับชุมชนได้ จะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแรงและยั่งยืนกว่าการพึ่งพามาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดนี้ ขอเชิญชวนท่านผู้นำชุมชน และตัวแทนเครือข่ายจากจังหวัดต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายCyber Volunteers ไม่ว่าจะในบทบาทของผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครป้องกันภัยออนไลน์

ในส่วนของ นาวาอากาศเอก จุมพล จันทขัมมา ตัวแทนหมู่นกเค้าแมว กล่าวเสริมเพิ่มเติมจากที่สองท่านก่อนหน้าได้กล่าวถึงภาพรวมของโครงการ และแนวคิดการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ไปแล้ว ผม ขออนุญาตพูดถึงอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญของโครงการนี้ นั่นคือ บทบาทของอาสาสมัครป้องกันภัยไซเบอร์ อาสาสมัครอุ่นใจไซเบอร์ คือ ตัวแทน หรือ Ambassador เปรียบเทียบพ่อไก่ แม่ไก่ ที่ช่วยถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย ช่วยสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล” ให้กับสังคมในระยะยาว อาสาสมัครอุ่นใจไซเบอร์ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่เป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ลดผลกระทบทางสังคม และสร้างความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

ขอบคุณตัวแทนอาสาสมัครทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครอุ่นใจไซเบอร์ ไม่เพียงแต่เป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางดิจิทัลให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังการส่งต่อความปลอดภัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้ สร้างความเข้าใจ ในวิธีป้องกันภัยคุกตามทางไซเบอร์ และสร้างความอุ่นใจให้กับคนรอบข้าง และสังคมไทยอย่างเป็นระบบ อาสาสมัครไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ต้อง “รู้ทัน รู้ก่อน และรู้จักช่วยกัน” เมื่อคนในชุมชนมีคนที่พึ่งพาได้ มีคนคอยแนะนำและให้ความรู้ จะช่วยลดความสูญเสีย และสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนในชุมชนได้อย่างมาก

เชื่อมั่นว่า พลังของอาสาสมัครในชุมชน คือพลังสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์อย่างยั่งยืน หากเราช่วยกันเรียนรู้ ช่วยกันเตือน และช่วยกันดูแล สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และพบกิจกรรมการอบรมเครือข่ายอาสาสมัครและประชาชนเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนภายใต้โครงการ “ภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ครั้งที่1ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตชุมชนหัวรถจักรตึกแดง เขตบางซื่อ ในวันพฤหัสที่ 26 ก.พ.69 เวลา 08.30 – 15.00 น.