เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 (ตชด.24) ค่ายเสนีย์รณยุทธ พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.ณวัฒน์ ศุกลรัตน์ ผกก.ตชด. 24 พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รอง ผกก.ตชด.23 ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หน.ปชส.กองร้อย ตชด.237 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ได้ผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายชาติชาย หรือ เข้ม อายุ 38 ปี และ นายปรีดี หรือ ดี อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 796,000 เม็ด และรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์ 1 คัน โดยจับกุมได้ที่ป่าสวนยางพารา บ้านทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี

การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลหลักฐานจากคดีจับกุมยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ที่ จ.สกลนคร เมื่อช่วงเม.ย.ที่ผ่านมา โดยสาวไส้ไปถึงกลุ่ม “นักบิน” ผู้รับจ้างลำเลียงยา ซึ่งมีชื่อของนายเข้มเป็นหนึ่งในเครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยตามรถเก๋งต้องสงสัยจนเข้าสู่ป่าสวนยางพารา ก่อนชาร์จจับกุมนายดีที่เป็นคนขับไว้ได้ แต่นายเข้มไหวตัวทันวิ่งหนีฝ่าความมืดขึ้นภูเขาพานน้อย เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรอบกระท่อมพบยาบ้าเกือบ 8 แสนเม็ดซุกซ่อนอยู่ในซอกหิน จึงได้ประสานให้มารดาของนายเข้มโทรศัพท์เกลี้ยกล่อม จนกระทั่งผ่านไป 20 นาที นายเข้มจึงยอมเดินร้องไห้ลงมาจากเขาเพื่อมอบตัว

จากการสอบสวน นายเข้ม รับสารภาพว่า ตนเคยติดคุกข้อหาพยายามฆ่า และได้รู้จักกับเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกมาไม่มีเงินเลี้ยงดูลูกวัย 5 ขวบ จึงรับจ้างนายทุนชาวลาวชื่อ “เอส” ไปขนยาบ้าลอตนี้มาพักไว้เพื่อกระจายต่อ แลกกับค่าจ้าง 20,000 บาท โดยชวนนายดีให้มาช่วยขับรถและตั้งใจจะแบ่งเงินให้ครึ่งหนึ่ง

ขณะที่ นายดี เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนรักรับงานขนยาเสพติด ตนแค่มาขับรถให้ตามคำชวน แต่เมื่อต้องถูกจับดำเนินคดีไปด้วยก็ไม่รู้สึกโกรธนายเข้ม เพราะที่ผ่านมานายเข้มเป็นเพื่อนแท้ที่มีน้ำใจ คอยขับรถพาคนในครอบครัวของตนที่เจ็บป่วยไปส่งโรงพยาบาลมาโดยตลอด โดยหลังจากให้การเสร็จสิ้น ทั้งสองได้โผเข้ากอดคอกันร่ำไห้กลางห้องแถลงข่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป