เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 69 ที่วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จัดเวทีปราศรัยหาเสียงให้ น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 4 หมายเลข 3 ของพรรคกล้าธรรม โดยมีประชาชนเดินทางมาจากหลายอำเภอในเขตเลือกตั้ง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟัง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอนหนึ่งในเวทีปราศรัย ว่า การเมืองต้องตอบคำถามเรื่องปากท้องให้ได้ก่อน จ.ลำปาง เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพรอบด้าน ทั้งภาคเกษตร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมายังขาดการผลักดันเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพจำนวนมาก ยังไม่ได้รับการต่อยอดอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องมีผู้แทนของพี่น้องประชาชนที่เข้าใจพื้นที่จริง และสามารถประสานงานกับฝ่ายบริหาร เพื่อดึงงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม ล้วนแล้วแต่อยู่ในพื้นที่และทำงานร่วมกับชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้จึงขอโอกาสให้กับพรรคกล้าธรรม ได้เข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนแทนที่พรรคการเมืองเก่า ๆ ที่ทุกท่านเคยเลือกมา แต่ จ.ลำปาง ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด

“ที่ผ่านมาแม้ประชาชนจะเลือกผู้แทนมาหลายสมัย แต่หลายปัญหายังคงซ้ำซาก ทั้งเรื่องรายได้เกษตรกร หนี้ครัวเรือน และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เชื่อมโยงศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างเต็มที่ จึงขอโอกาสให้พรรคกล้าธรรม เข้ามาทำหน้าที่แทน โดยเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทำมากกว่าพูด เป็นแนวทางหลักของการทำงาน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมพร้อมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกร สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ตลอดจนการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงลำปางกับจังหวัดใกล้เคียงและเส้นทางการค้าหลัก นอกจากนี้เรายังมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินครัวเรือน การพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร และการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถกลับมาทำงานในบ้านเกิด เพื่อลดการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่


ด้าน น.ส.เพ็ญภัค ผู้สมัคร สส.ลำปาง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ต่อเนื่อง พบเสียงสะท้อนเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และการเข้าถึงบริการภาครัฐที่ยังมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ โดยตนยืนยันว่าหากได้รับความไว้วางใจ จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของคนลำปางในสภา รวมถึงผลักดันโครงการที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การส่งเสริมอาชีพเสริม และการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับเยาวชน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว.



