งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (HUST) ตีพิมพ์ในวารสาร Cell (มกราคม 2026) ประเด็นที่เซลล์มะเร็งอาจหลั่งสารบางอย่างที่ช่วย “ล้าง” ขยะในสมอง ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคอัลไซเมอร์

ในทางสถิติการแพทย์ พบว่าผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็ง มักจะไม่ค่อยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และในทางกลับกัน ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ก็มักจะไม่ค่อยตรวจพบมะเร็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าฉงนใจมานาน แม้จะมีคนมองว่า เป็นเพราะผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิตก่อนถึงวัยชรา แต่งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่ามีกลไกทางชีวภาพซ่อนอยู่

ต้นเหตุของอัลไซเมอร์ คือการสะสมของ โปรตีนเบต้า-อะไมลอยด์ ซึ่งทำหน้าที่เหมือน “คราบเหนียว” ที่เกาะตามเซลล์ประสาท รบกวนการส่งสัญญาณและทำให้เซลล์สมองตาย

โปรตีนเบต้า-อะไมลอยด์ คือ ชิ้นส่วนของโปรตีนที่ปกติร่างกายจะขจัดออกได้เอง แต่ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โปรตีนนี้จะจับตัวกันเป็นก้อน เข้าทำลายจุดเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท ทำให้การสื่อสารในสมองล้มเหลว

ทีมวิจัยนำโดย ลู่ โยวหมิง พบว่าเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก สามารถหลั่ง “โมเลกุลเฉพาะ” ออกมาสู่กระแสเลือดและส่งต่อไปยังสมอง โมเลกุลเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนพนักงานทำความสะอาด ช่วยขจัดคราบเบต้า-อะไมลอยด์ในสมองให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทีมวิจัยทดลองในหนูที่เป็นทั้งโรคมะเร็งและอัลไซเมอร์ พบว่า หนูมีคราบโปรตีนในสมองลดลง ความจำดีขึ้น

หนูที่ป่วยทั้งสองโรคกลับมีความสามารถในการเรียนรู้ และความจำที่ดีกว่าหนูที่เป็นอัลไซเมอร์เพียงอย่างเดียว

แม้การค้นพบนี้จะฟังดูเหมือน “ข่าวดี” แต่ในความเป็นจริงมันคือความซับซ้อนของธรรมชาติ

มะเร็ง คือเซลล์ที่เจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ เซลล์พยายามจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป

อัลไซเมอร์ คือเซลล์ประสาทที่ตายก่อนเวลาอันควร เซลล์เสื่อมสภาพ

2 โรคนี้อยู่คนละขั้วของกลไกการเจริญเติบโตของเซลล์ การที่ร่างกายอยู่ในสภาวะ “บ้าพลัง” แบบมะเร็ง จึงอาจไปยับยั้งสภาวะ “เสื่อมถอย” แบบอัลไซเมอร์นั่นเอง.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik