เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ จ.อุบลราชธานี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพการซื้อเสียงเลือกตั้งที่จังหวัดกาญจนบุรี และกรณีปรากฏคลิปเสียงหลุดออกมา ว่า เรื่องของคลิปเสียง เราทราบดีและได้ฟังกันแล้วว่าข้อความเป็นอย่างไร ซึ่งโดยรวมนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ได้ไปลงบันทึกประจำวันว่าไม่ใช่เสียงของเขา และบอกว่าจะเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ฟังดูแล้วโดยสรุป การจะพิสูจน์ว่าเป็นเสียงของนายศักดิ์ดาจริงหรือไม่ ในความเห็นของตนคิดว่าไม่ยากเลย เพราะรู้จักนายศักดิ์ดามาช้านาน เข้าใจว่าผู้สื่อข่าวเองก็ได้ยินตอนที่นายศักดิ์ดาให้สัมภาษณ์พูดจา และหากไปถามใครสัก 100 คน ว่าไม่ใช่เสียงนายศักดิ์ดา มีหรือไม่ ก็อาจจะไม่มีใครตอบแบบนั้น

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นข้อยุติ เราฟังดูแล้วมีความเห็นโดยรวมว่ามันค่อนข้างจะหมิ่นเหม่ผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ฟังดูดีๆ เป็นคำพูดที่ไม่ควร ไม่เหมาะสม ซึ่งตีความดูว่าเป็นอย่างไร เช่นไม่เอาพรรคแดง ขณะที่นายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย และ สจ. ที่อยู่ในคลิปเสียง ก็ได้คุยกันแล้วว่าเสียหายมาก เพราะบอกว่าถ้าเลือกนายพนม ก็เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งนายพนมยินดีที่จะมาแถลงที่พรรคเพื่อไทย ในเช้าวันที่ 5 ก.พ. เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

นายชูศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีคลิปซื้อเสียงและเรื่องของการข่มขู่ราษฎร ว่า เข้าใจว่านายพนม โพธิ์แก้ว จะนำชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนนำพยานหลักฐานที่ได้มา มาร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัด ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) แต่เรื่องสำคัญคือเมื่อมีการแถลงข่าวพรรคเพื่อไทยแล้ว จะประมวลสรุปเรื่องและนำไปร้องที่ กกต.ใหญ่ ว่าการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้นายศักดิ์ดาจะปฏิเสธ แต่เสียงคล้ายกับนายศักดิ์ดา ซึ่งเป็นคู่แข่งในพื้นที่ด้วย จะมีผลอะไรหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอน การพิสูจน์ว่าเป็นเสียงของเขาจริงหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนคิดว่าพิสูจน์ไม่ยากเลย แต่ข้อความที่พูดมันเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ใครเสียหายบ้างก็ชัดเจน ซึ่งกฎหมายระบุว่าทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนในฐานะที่พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย จะมีการดำเนินการในนามพรรคด้วยควบคู่ไปกับนายพนม ที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปดำเนินการร้องกับ กกต. ให้สอบสวน