เมื่อวันที่ 3 ก.พ. เวลา 20.00 น. ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ “คนตรัง ไม่ทนทุนเทา” ท่ามกลางประชาชนที่มารอฟังการปราศรัยกว่า 10,000 คน ว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์มีความขัดแย้งรุนแรง ตอนลงมติโหวต นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ มีการฝืนมติพรรค มี สส. 19 คนลงคะแนนสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทั้งที่มติพรรคไม่สนับสนุน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคฯ เสื่อมเสีย ต่อมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคฯ และได้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรคฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นยุคตกต่ำของพรรคฯ และมีแกนนำพรรคฯหลายคนลาออก เหลือแต่ตน แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปล คือ นายเฉลิมชัย ลาออก จึงเป็นที่มาที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคฯ และแกนนำที่ลาออกไปได้กลับมา
“ตอนนี้นายอภิสิทธิ์กลับมา ทำให้ยกระดับจากพรรคอะไหล่ พรรคสำรอง จากที่ผู้บริหารยุคก่อนนั้นมีวัตถุประสงค์จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นเหมือนพรรคชาติไทย เป็นพรรคครอบครัว ได้สส. ไม่กี่คน แต่หัวหน้าพรรคฯ ร่วมเป็นรัฐมนตรีทุกครั้ง แต่ตอนนี้ยกะระดับแล้ว ผมมองว่านายอภิสิทธิ์เหมาะสมจะเป็นผู้นำ ขอให้ประชาชนช่วยทำตามที่ขอร้อง เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และขอให้สนับสนุนผู้เลือกตั้ง สส.เขต” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเงินออกมาแล้ว เริ่มต้น 500 บาท ตนจึงไปเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่เจอ พบแต่นายอำเภอ และผู้กำกับ เพื่อขอร้องให้ช่วยตรวจสอบและปรามผู้ซื้อเสียง แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็น รมว.มหาดไทย ทำให้ข้าราชการกลัวไม่กล้าทำอะไร แต่ตนขอชื่นชม พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ที่กล้าเตือนว่าอย่าเป็นเครื่องมือคนซื้อเสียง และตนได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย แม้รู้ว่าเป็นคนของนายอนุทิน แต่พ่อของปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นชาวตรัง ตนจึงเขียนหนังสือด้วยความเป็นกัลยาณมิตร แจ้งถึงพฤติกรรมการเมืองของบางพรรค ซื้อเสียง ที่ระบาดไปถึง จ.ตรัง และขอปลัดกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนภารกิจเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และฐานะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีเกียรติ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขอให้กำชับบุคลากรส่วนกลางและท้องถิ่น ทำงานด้วยความเป็นธรรม สร้างสรรค์ความถูกต้องชอบธรรมให้กับประเทศ และมีบางพรรคใช้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ซื้อเสียง มีคนบอกว่าไม่อยากทำ แต่ถ้าไม่ทำจะถูกมองว่าเป็นหมาหัวเน่า ตนเห็นใจจึงทำหนังสือปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของ อสม.ด้วย
“อสม. 1 คน คุม 25 ครอบครัว เขาจะให้เงินไว้ 25,000 บาท เพื่อจ่ายให้ครอบครัวละ 1,000 บาท และจะให้รางวัล อสม. อีก 10,000 บาท รวมถึงเงินรางวัลอีก 200 บาท ทำให้ อสม. เป็นเครื่องมือการเมือง”นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์สร้างนักการเมืองหลายคน ทั้งนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีตสส.ตรัง และลูกสาวของนายสมชาย ซึ่งทีแรกตนไม่อยากพูดอะไรให้พวกเขาได้รับความเสียหาย แต่เมื่อได้เห็นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เอาเสื้อมาให้ในสมชายใส่ ต่อหน้าป้ายพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้คนตรังรู้สึกเจ็บปวด ไม่เกรงใจ และยังมีนายอนุทินมาร่วมงานตรงตอนนั้นด้วย แล้วยังมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสีว่าจังหวัดตรังไม่มีการพัฒนาอะไร ทั้งที่มีนายชวนเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ซึ่งตนขอถามนายอนุทินว่าแล้วที่นายอนุทินนั่งเครื่องบินมายัง จ.ตรังนั้น สนามบินจังหวัดตรังได้มาเพราะใคร และที่เขาบอกว่า 30 ปีภาคใต้ไม่มีการพัฒนา ตนขอบอกว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วนั้น เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ภาคใต้มีถนน 4 เลน และตนเป็นคนเริ่มต้นทำให้มีรถไฟ 4 รางคู่ลงสู่ภาคใต้ แต่รัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร กลับไม่ทำต่อ
“ไม่รู้ใครคิดอิจฉาสมบัติพ่อเฒ่า สมบัติแม่เฒ่า ที่จริงผู้ที่อิจฉา ก็อายุมากแล้ว เวลานี้ไม่มีพ่อเฒ่าแม่เฒ่า มีแต่ผู้ทำเฒ่า (ภาษาใต้ แปลว่า เสือกเรื่องชาวบ้าน) แต่สมบัติพ่อเฒ่าไม่ได้เป็นสมบัติที่ฉ้อโกง ไม่โกงเพื่อน ไม่เปิดบ่อนการพนัน ไม่ขายยาเสพติด ไม่ทำสแกมเมอร์ ไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย นั่นคือพ่อเฒ่ารักษาสมบัติ ที่ลูกหลานต้องยอมรับ ถ้าพ่อเฒ่า แม่เฒ่า ช่อ ขี้โกง เจ้าของยาเสพติด เจ้าของบ่อนการพนันและอะไรก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย ผมว่าไม่ใช่สมบัติแต่เป็นพิษเป็นภัยกับลูกหลานที่จะรับต่อไปทั้งที่เรามีสมบัติของพ่อเฒ่า แม่เฒ่าคือความดีงามทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย คือพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ทุกคนภาคภูมิใจ“ นายชวนกล่าว
นายชวน กล่าวว่า นี่คือช่วงปลายของชีวิตได้เป็น สส.มา 57 ปี ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อน เพราะตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะเป็นนักการเมืองถ้าจะรวยก็ต้องไปเป็นทนาย หรือไปทำงานด้านอื่นแต่ตนก็ภูมิใจ และหน้าที่ของผู้แทนฯคือไปทำงานในสภาฯ เสียงข้างมากก็ไปจัดตั้งรัฐบาลถ้ามาจากสุจริตก็ไปเป็นรัฐบาลสุจริต ถ้ามาจากซื้อเสียง ก็รัฐบาลซื้อเสียงแล้วโกงและหาประโยชน์ ดังนั้นขอพวกเราชาวจังหวัดตรังทุกคนมีศักดิ์มีศรี และขอให้ทุกคนสืบทอดการเมืองสุจริต อย่าให้ประชาชนผิดหวัง และครั้งนี้ตนสมัครสอสอครั้งที่ 18 แต่จะบอกว่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ สำคัญขอให้พี่น้องช่วยสนับสนุนเบอร์ 27 และสส.เขต ขอให้พี่น้องช่วยลบคำสบประมาทว่าซื้อชาวจังหวัดตรังได้ ศักดิ์ศรีของชาวตรังใครอย่าหวังซื้อด้วยเงินตรา



