เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ดร.มานะ นิมิตรมงคล” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้ออกมาโพสต์ข้อความบรรยากาศการเมืองก่อนการเลือกตั้ง สส. ลงเฟซบุ๊ก มานะ นิมิตรมงคล เต็มไปด้วยความกังวลของประชาชนต่อปัญหาการโกงเลือกตั้ง หลังพบสัญญาณผิดปกติหลายประการ ทั้งกรณีการซื้อเสียงอย่างกว้างขวางในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ซึ่งแม้ตกเป็นข่าวทั่วประเทศ แต่ยังไม่เห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจาก กกต. และหน่วยงานรัฐ
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ทำไมคนกลัว “โกงเลือกตั้ง” ครั้งนี้มาก”

นอกจากนี้ “ดร.มานะ นิมิตรมงคล” ได้อธิบาย 5 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. เกิดการซื้อเสียงหนักมากในการเลือกตั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต. ที่เพิ่งผ่านมา แม้ตกเป็นข่าวฉาวรับรู้กันทั่วประเทศ แต่ กกต. และหน่วยงานรัฐต่างทำอะไรไม่ได้
2. มีการโยกย้ายข้าราชการจำนวนมากในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะที่มหาดไทย ทำให้เกรงว่าจะเกิดเรื่องตุกติกจากการใช้ทรัพยากรและอำนาจรัฐในทางมิชอบ
3. ก่อนการเลือกตั้งมีการย้ายพรรคของนักการเมืองจำนวนมาก บวกกับข่าวการซื้อตัว ส.ส. ด้วยราคาแพงและการแข่งขันเลือกตั้งรุนแรง ทำให้เชื่อว่า ภายใต้การเมืองแบบไทยๆ ผู้สมัครที่กระแสเป็นรองจะเลือกใช้เงินสร้างโอกาสแห่งชัยชนะ
4. ปัญหาและความบกพร่องในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าหลายแห่ง โดยปรากฏเป็นข่าวว่า เหยื่อคือผู้สมัครจากฝ่ายค้านเท่านั้น…จริงหรือไม่?
5. กกต. ทำหน้าที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ประชาชนคาดหวัง ถูกชี้ความผิดพลาดหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการลงประชามติและใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า
อีกทั้ง “ที่น่าเป็นห่วงคือ บ่อยครั้งเจ้าหน้าที่ กกต. แสดงพฤติกรรมเหมือนข่มขู่ขัดขวางผู้เห็นต่าง ด้วยการอ้างข้อกฎหมายเพื่อปฏิเสธหรือตอบโต้คนที่คิดและพูดไม่เหมือนตน วันนี้คนไทยกลัวการทุ่มเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง ส.ส. แล้วทำให้เราได้รัฐบาลภายใต้อิทธิพลของสแกมเมอร์ ทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และพวกโกงบ้านกินเมือง น่าแปลกใจว่า แม้เกิดเรื่องน่ากังขาอย่างต่อเนื่องแต่กลุ่มคนที่มีอำนาจสูงสุดขององค์กร คือ “คณะกรรมการ กกต.” ทั้ง 7 คน กลับไม่เคยออกมาสื่อสารให้สังคมเชื่อมั่นเลย”
อย่างไรก็ตาม “หวังว่า กกต. จะพิสูจน์ได้ว่าตนสุจริต เป็นธรรม ตรงไปตรงมา ยึดเอาประโยชน์บ้านเมืองเหนืออื่นใด ในการเลือกตั้งที่ควรเป็นวาระประชาธิปไตยของประชาชน ไม่อยากเห็นใครโกงความรับผิดชอบ โกงความคาดหวังของประชาชน และ “โกงอนาคตประเทศไทย” ครับ”
ขอบคุณข้อมูล : มานะ นิมิตรมงคล



