เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง” นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. พร้อมด้วยแกนนำและผู้บริหารพรรค อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ตลอดจนสมาชิกพรรคและผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 33 เขตกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยบรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางเสียงเชียร์และกำลังใจจากประชาชนที่หลั่งไหลเข้าร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 3 แคนดิเดตของรวมไทยสร้างชาติขึ้นกล่าวปราศรัย

นายนราพัฒน์ กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตร โดยระบุว่า เกษตรกรไทยยังยากจนจากต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะปุ๋ยที่พึ่งพาการนำเข้าและผันผวนตามตลาดโลก จึงเสนอใช้ทรัพยากรในประเทศอย่าง “โพแทสเซียม” ให้เกิดประโยชน์ ตั้งเป้าลดราคาปุ๋ยไม่เกิน 500 บาท 

ขณะที่นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงผลงานของพรรค รทสช. โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน โดยระบุว่า แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่านักกฎหมายไม่เหมาะกับการดูแลด้านพลังงาน แต่ผลงานเชิงประจักษ์พิสูจน์แล้วว่า นายพีระพันธุ์ สามารถเปลี่ยนกติการะบบไฟฟ้าไทย ด้วยการลดค่าไฟฟ้าจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย ลดลงถึง 76 สตางค์ หรือราว 16% ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และส่งผลให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 270,000 ล้านบาท

นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงระบบเครดิตบูโรของไทย ว่าเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันเสรี ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสูงต่อเนื่องปีละกว่า 2 แสนล้านบาท แตกต่างจากต่างประเทศที่ใช้ระบบคะแนนเครดิต ส่งเสริมการแข่งขันด้านดอกเบี้ย และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่ออย่างเป็นธรรมมากกว่า

ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการใช้งบประมาณจำนวนมากถึงหนึ่งหมื่นล้านบาทเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจของผู้ที่ผลักดันแนวทางดังกล่าว โดยระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ตามกระบวนการ แต่การฉีกทิ้งทั้งฉบับถือเป็นปัญหาใหญ่

ด้าน นายพีระพันธุ์ ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด “ชีวิตเรา เราเลือกเอง” ย้ำชัดว่าการเลือกตั้งไม่ควรตกเป็นเหยื่อของวาทกรรมทางการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ใช้ความกลัวและยุทธศาสตร์ทางการเมืองมาชี้นำประชาชน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองบางกลุ่มมักอ้างคำว่ายุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อบีบบังคับให้ประชาชนต้องเลือกตามเกมการเมืองที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์กลับเป็นนักการเมืองที่ได้อำนาจ ได้ตำแหน่ง และได้งบประมาณ ขณะที่ชีวิตของประชาชนยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยได้รับคำตอบอย่างแท้จริง ว่าเลือกแล้วจะได้อะไรกลับคืนมา พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงการเมืองแบบเลือกตามสี โดยชี้ว่าสุดท้ายสีที่ถูกชูขึ้นมาก็ถูกผสมจนกลายเป็นสีเดียวกัน และตั้งคำถามว่าสีที่อ้างความดีงามนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียง “สีย้อมผ้า” หรือไม่ ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันจุดยืนชัดว่าเป็น “สีขาว” ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ ยึดมั่นในหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยไม่จำเป็นต้องโหนกระแสหรือใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เล่นเกมการเมือง ไม่ขายอุดมการณ์ และจะยืนหยัดทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “ชีวิตเรา เราเลือกเอง ประชาชนไม่ใช่หมากบนกระดานการเมือง”