เมื่อเวลา 12.54 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันโบลท์ ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น ระหว่างการเดินทางในพื้นที่สุขุมวิทย่านถนนอโศก จะต้องมีการจ่ายเงินเยียวยาใช่หรือไม่ ว่า ตามที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มชื่อดังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้ เนื่องจากมีราคาค่าบริการต่ำกว่าแพลตฟอร์มอื่น ในเรื่องของ สคบ. ที่ดูแลเรื่องสิทธิผู้บริโภค เมื่อคนขับรถกดรับผู้โดยสารแล้วต้องส่งให้ถึงปลายทาง ซึ่งถือเป็นสิทธิผู้บริโภคต้องได้รับ โดยกรณีนี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค ขณะที่ ตัวแทนของแอปพลิเคชันดังกล่าว ได้มาพบกับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการพูดคุยเจรจาและไกล่เกลี่ย ซึ่งทางแอปพลิเคชันดังกล่าวแสดงความรับผิดชอบ มีการจ่ายค่าเยียวยารวมแล้วประมาณ 35,000 บาท แต่เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะยังมีคดีของการทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันเดียวกันนี้เรื่องจะไปถึงศาลเพื่อดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวต่อ ทั้งนี้ทาง สคบ. มีแนวคิดเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้วที่จะต้องเข้ามาดูแลแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งแพลตฟอร์มขายของแพลตฟอร์มรับส่งสินค้า และแพลตฟอร์มรับส่งผู้โดยสาร โดยในวันที่ 5 มิ.ย. จะเรียกบริษัท โบลท์ ประเทศไทย (Bolt Thailand) เข้ามาพูดคุยเป็นเจ้าแรก และในวันที่ 12 มิ.ย. ก็จะเรียกอีก 13 แพลตฟอร์มเข้ามาพูดคุย เนื่องจากค่าบริการของทั้ง 13 แพลตฟอร์มไม่เท่ากัน ห่างกันเป็น 10 บาท 

“จากเคสนี้คนขับเป็นเด็กอายุ 23 ปี ไม่มีใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะ บริษัทปล่อยให้มาขับแบบนี้ได้อย่างไร ต้องยอมรับว่าอายุ 23 ปีวุฒิภาวะอาจจะน้อย เพราะฉะนั้นอาจจะต้องถึงเวลาทบทวน มาตรการตั้งแต่เริ่มคัดกรองผู้ขับขี่ ว่าควรจะมีอายุเท่าไหร่ คุณอายุ 20 ปี ขับรถมีใบขับขี่ส่วนตัวได้ รถชนตายเองคนเดียวจบ แต่อันนี้มันเป็นใบขับขี่สาธารณะ อายุต้องเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมในการรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ที่เป็นผู้โดยสาร รวมถึงบริษัทจะต้องมีสัญญามาตรฐานที่เป็นธรรมกับผู้โดยสาร จะต้องไม่ทอดทิ้งผู้โดยสาร ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย ขณะเดียวกันจะต้องดูเรื่องความเป็นธรรมของค่าโดยสาร” น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การแก้ปัญหาจะต้องบูรณาการกับหลายหน่วยงาน เพราะจะต้องขึ้นลิสต์กระทำความผิด ว่าทำผิดขั้นไหนจะต้องมีบทลงโทษอย่างไร รวมถึงตัวแอปพลิเคชันด้วย จะต้องประชุมกัน เพื่อออกมาตรการและบทลงโทษ ถ้าแอปพลิเคชันไหนสร้างปัญหา ทำผิดซ้ำปล่อยประละเลย และมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย จะต้องมีมาตรการลงโทษ

น.ส.ศุภมาส กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 5 มิ.ย. จะมีการประชุม สคบ.ชุดใหญ่ ซึ่งมีเรื่องค้างพิจารณาประมาณ 10 เรื่อง แต่เรื่องใหญ่คือกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 ขณะชาร์จไฟอยู่ที่บ้านเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น จะมีการเตรียมฟ้องร้อง บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ให้มีการไกล่เกลี่ย แต่จะต้องดูว่าสามารถฟ้องร้องได้ขนาดไหน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด โดยอาจจะมีการฟ้องค่ารถบวกค่าดอกเบี้ย รวมถึงค่าเสียหายอื่นๆ เพราะผู้เสียหายอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้บริการรถแท็กซี่ หรือถูกสังคมไม่ต้อนรับเวลานำรถยนต์ของตัวเองไปจอดที่อื่น ซึ่งจะต้องดำเนินการฟ้องแทนผู้เสียหาย 500 กว่าเคส ซึ่งมีบางคนไม่ต้องการได้รถยนต์แล้ว แต่ต้องการได้รับเงินชดเชย และต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามข้อเสนอของบริษัท เราก็จะเดินหน้าฟ้องร้องให้.