โครงการซีเอฟเอได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของประเทศไทยในการดำเนินการตามเป้าหมาย การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ( Nationally Determined Contribution : NDC ) โดยเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคระดับโลก ที่ช่วยให้ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศพัฒนาโครงการให้พร้อมต่อการลงทุน
นับตั้งแต่ปี 2563 มีโครงการมากกว่า 200 โครงการทั่วโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนภายใต้ซีเอฟเอ และสามารถระดมทุนไปแล้วด้วยมูลค่ามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 15,770 ล้านบาท )
สำหรับการเปิดรับข้อเสนอโครงการ สำหรับประเทศไทย มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. จนถึงวันที่ 16 ก.พ. นี้ โดยเปิดกว้างสำหรับธุรกิจคาร์บอนต่ำที่มีนวัตกรรมและกำลังมองหาเงินลงทุน ซึ่งธุรกิจควรอยู่ในระยะเริ่มต้นจนถึงระยะเติบโต และต้องการเงินลงทุนตั้งแต่ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 94.62 ล้านบาท )
ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคเป็นระยะเวลา 3–4 เดือน ทั้งในรูปแบบกลุ่มและแบบเฉพาะสำหรับแต่ละธุรกิจ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านความเท่าเทียมทางเพศ ความทุพพลภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มคนในสังคม เพื่อเพิ่มโอกาสของธุรกิจในการได้รับเงินลงทุน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะมีโอกาสนำเสนอ โครงการต่อกลุ่มนักลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนต.ค. 2569 พร้อมได้รับข้อเสนอแนะเชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ทุนและนักลงทุนที่หลากหลาย และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักลงทุนที่มีศักยภาพ

นายเดวิด โทมัส รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวโครงการซีเอฟเอในปไทย เราทราบดีว่า ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังมองหาเงินทุนมักเผชิญความท้าทายในการพัฒนาโครงการให้พร้อมต่อการลงทุน โครงการซีเอฟเอ จะสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา โดยปรับให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการเข้าถึงเงินลงทุน
ซีเอฟเอสนับสนุนธุรกิจมากกว่า 200 รายทั่วโลก และช่วยปลดล็อกดีลการลงทุนรวมเกือบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผมขอเชิญชวนท่านผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ หากธุรกิจของท่านมุ่งมั่นสร้างอนาคตคาร์บอนต่ำในประเทศไทย และต้องการการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ธุรกิจของท่านก้าวสู่ความพร้อมในการลงทุน ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับผู้ประกอบการ และธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศรุ่นใหม่ของประเทศไทย”
ทั้งนี้ ซีเอฟเอจะคัดเลือกธุรกิจประมาณ 10 ราย โดยเฉพาะในสาขาพลังงานหมุนเวียน การคมนาคมด้วยไฟฟ้า เกษตรอัจฉริยะเพื่อสภาพภูมิอากาศ การจัดการของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดการพลังงานอย่งมีปรสิทธิภาพและการบริหารจัดการอุปสงค์ด้านพลังงาน.
ขอขอบคุณ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย



