เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 69 ที่ จ.สงขลา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน บางคนเข้ามาทักทายนายชัยวุฒิ พร้อมซักถามจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 และชื่นชมที่เห็นคนรุ่นใหม่ เข้ามาเป็นความหวังทางการเมือง

นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมพรรครักชาติ ได้รับการต้อนรับจากชาวหาดใหญ่เป็นอย่างดี และขอบคุณประชาชนที่ยังจำได้ว่าเคยเป็นรัฐมนตรีใน “รัฐบาลลุงตู่“ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และชื่นชมที่ตนยืนหยัดในหลักการอยู่ขั้วเดิมไม่เปลี่ยนฝ่าย และแนวทางของพรรครักชาติ มีความชัดเจนที่ไม่เห็นชอบ และไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญปราบโกง

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวเรื่องคลิปเสียง ที่พูดในลักษณะว่า ถ้าเลือกส้มแล้วจะมีการปฏิวัติ จากที่พูดคุยกับประชาชนส่วนใหญ่ เขาไม่ได้กลัวการปฏิวัติ ไม่เชื่อว่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น เพราะตอนนี้กำลังทหาร ไปทำหน้าที่ปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังมีปัญหากันอยู่ แต่สิ่งที่ประชาชนกังวลมากกว่า คือ กลัวส้มกับแดงจะมารวมกัน “ส้มสีเลือด” หลังเลือกตั้ง เพราะแนวคิดใกล้เคียงกันและอาจทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และความไม่ไว้วางใจต่อการรวมขั้วดังกล่าว อาจกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ โดยช่วงที่พรรคส้มเป็นฝ่ายค้าน ในขณะที่พรรคแดงเป็นรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเท่าที่ควร โดยเฉพาะปัญหาไทย-กัมพูชา ที่ต้นตอความขัดแย้งมาจากกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์หานายฮุน เซน จนทำให้เกิดเหตุขัดแย้งและมีความสูญเสีย แต่ฝ่ายค้านไม่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้เลย และยังออกหน้าช่วยเหลือตอนที่ น.ส.แพทองธาร ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ถอดถอน

“หลังเลือกตั้งจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารแน่นอน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการตั้งรัฐบาลผสมระหว่างส้มและแดง เพราะเป็นพวกพ้อง กลุ่มผลประโยชน์เดียวกัน ไม่ได้แก้ปัญหาเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น และจะนำไปสู่ความวุ่นวายและความไม่ไว้วางใจต่อการรวมขั้วดังกล่าว อาจกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ” นายชัยวุฒิ กล่าว.