ที่กระทรวงสาธารณสุข รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รศ.พล.ต.หญิง พญ.ฤดีวิไล สามโกเศศ ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เข้าพบนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เพื่อขอบคุณและร่วมหารือเพื่อขอให้มีการทบทวนมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้นำวัคซีน PCV เพื่อป้องกันโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส (IPD) บรรจุในสิทธิประโยชน์เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้รับวัคซีนโดยไม่ต้องนำร่อง หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 ให้นำร่องบางพื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูงสุด โดยให้สำหรับเด็กอายุ 2, 4 และ 12 เดือน

รศ.พล.ต.หญิง พญ.ฤดีวิไล กล่าวว่า ปรากฏการณ์โรคไอพีดี ซึ่งจะทำให้เกิดปอดอักเสบ ปอดบวม หูอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบรุนแรง เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน PCV ซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมโรค จะพบความรุนแรงทั่วประเทศ ดังนั้นเด็กไทยควรได้รับวัคซีนทุกคนทั้งประเทศ แต่การที่ให้นำร่องเพียงบางจังหวัด จะทำให้เด็กในจังหวัดที่ไม่ได้รับเสียโอกาสป้องกันโรคที่รุนแรง ทั้งๆ ที่ตอนนี้วัคซีนมีราคาถูกลงมากเหลือเข็มละ 200 บาท เชื่อว่าสามารถจัดสรรให้เด็กทุกจังหวัดในประเทศไทย

รศ.พล.ต.หญิง พญ.ฤดีวิไล กล่าวต่อว่า ข้อมูลเด็กป่วยใน รพ. ที่ สปสช. ได้รับจำนวน 153 คนนั้น น่าจะคลาดเคลื่อน เพราะในความเป็นจริงมีเด็กป่วยมากกว่านั้นถึงร้อยเท่า เราพบเด็กป่วยรุนแรงด้วยเชื้อนี้ทุกวันในไอซียู เช่น ที่ รพ.ศิริราช เด็กต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ฟอกไต ที่ รพ.ภูมิพล ก็อาการหนัก เราจึงต้องนำข้อมูลนี้นำเสนอให้ประชาชนทั้งประเทศได้เห็นว่า วัคซีน PCV มีความจำเป็นต่อเด็ก ที่สำคัญโรคที่เกี่ยวข้องกับสมองและมีวัคซีนป้องกัน ทุกประเทศจะฉีดวัคซีนป้องกันทั้งนั้น เพื่อไม่ให้มีเด็กเป็นสมองพิการ หรือรอดชีวิตแบบสมองพิการไปตลอดชีวิต ซึ่งเวลานี้เชื้อ IPD เป็นเชื้อสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบในประเทศไทย

วัคซีนนี้เข้าสู่ประเทศไทยมานานแล้ว ก่อนหน้านี้ราคาสูง เข็มละ 2,000 บาท คนมีฐานะก็สามารถนำลูกไปฉีดได้ ดังนั้นลูกคนรวยก็ไม่เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่คนยากจนที่ไม่มีกำลังทรัพย์ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องจัดหาให้กับเด็กภายใต้สิทธิประโยชน์ ซึ่งเรามีการผลักดันมาตั้งแต่ 2560 จนถึงปีนี้ก็รอนาน 9 ปีแล้ว และคิดว่าปีนี้ก็น่าจะนำเข้าสิทธิประโยชน์ได้ แต่กลับต้องมาเริ่มศึกษาใหม่ ด้วยคำตัดสินของบอร์ด สปสช. ที่ว่าข้อมูลไม่พร้อม จะต้องศึกษาใหม่ และนำร่องในบางจังหวัด ตรงนี้ทำให้กุมารแพทย์ที่พบเด็กเป็นโรค IPD ทุกวันต้องลุกขึ้นบอกกับสังคมว่า เป็นโรคสำคัญรุนแรงที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่มีในประเทศไทยสามารถป้องกันโรคได้ถึงร้อยละ 90 ซึ่งถือว่าดีมาก และหมอเด็กทุกคนก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทวัคซีนแต่อย่างใด และถือเป็นหน้าที่ของหมอเด็กที่จะออกมาชี้แจงต่อสังคมและขอความเห็นใจต่อบอร์ด สปสช. ให้เห็นใจเด็กด้วย เพราะเด็กไม่สามารถเรียกร้องได้ด้วยตัวเอง เป็นหน้าที่ของกุมารแพทย์ที่จะออกมาเรียกร้องแทนเด็ก

“ขณะนี้ราคาวัคซีนก็ถูกลงมากเหลือเข็มละ 200 บาท รวมแล้วใช้งบประมาณ 200-300 ล้านบาท และผลการศึกษาของ HITAP ก็ระบุว่าคุ้มค่ามาก และการป้องกันก็อาจจะถูกกว่าการรักษา แต่บอร์ด สปสช. กลับเห็นว่าวัคซีนนี้ไม่คุ้มค่าในบริบทของประเทศไทย เราก็รับฟัง แต่บอร์ดต้องแสดงให้เห็นว่า ไม่คุ้มค่าอย่างไร และบอกกับประชาชนทั้งประเทศว่า ไม่คุ้มค่าที่จุดไหนอย่างไร ซึ่งต้องทำให้โปร่งใส อธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ด้วยว่าทำไมถึงยังไม่บรรจุไว้ในสิทธิประโยชน์ หมอเด็กย้ำจุดยืนเด็กไทยต้องได้รับวัคซีน PCV ทุกคนปีนี้” รศ.พล.ต.หญิง พญ.ฤดีวิไล

ศ.พญ.กุลกัญญา กล่าวว่า แต่ละปีมีเด็กป่วยด้วยโรคไอพีดีที่มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงและเยื้อหุ้มสมองอักเสบนั้น โอกาสรอดตาย แต่มีภาวะพิการร้อยละ 20 ทั้งนี้เด็ก 1 คน ที่เสียชีวิตมีมูลค่าชีวิตที่สูงมากๆ เพราะหมายถึงอนาคตของชาติที่ต้องหายไป 70-80 ปีที่จะช่วยพัฒนาประเทศ เราไม่สามารถปล่อยให้เด็กต้องเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนแบบนี้ ส่วนที่มีการระบุว่าแพทย์บางคนมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทวัคซีนนั้น ไม่ถูกต้อง เป็นคำพูดสกัด กล่าวหาว่า หมอเด็กทั้งประเทศมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทวัคซีนเช่นนั้นเลยหรือ ย้ำว่าเราเป็นแพทย์ เป็นครูแพทย์ มาเพื่อเรียกร้องให้เด็กๆ เราเป็นนักวิชาการ พูดแต่สิ่งที่เป็นความจริงเท่านั้น

“เด็กๆ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติ ลูกหลานของคณะกรรมการและของพวกเราทุกคนก็ได้รับวัคซีน PVD กันแล้วทั้งนั้น หากไม่ดี แล้วพ่อแม่จะพาลูกหลานไปฉีดทำไม และการที่จะนำสิ่งดีๆ มาให้เด็กไทย มันเสียหายอะไร การกล่าวหาว่าหมอเด็กมีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เป็นข้อแก้ตัวว่าไม่ให้วัคซีนกับเด็ก แล้วจะนำงบประมาณไปทำอะไร ซึ่งมีเงินซื้อวัคซีน 200 ล้าน อย่ามาขโมยเงินของเด็ก ควรนำเงิน 200 ล้าน มาซื้อวัคซีนให้เด็ก ส่วนจะได้เท่าไรก็ไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้ว 200 ล้าน ซื้อวัคซีนให้เด็กได้ทั่วประเทศ” ศ.พญ.กุลกัญญา กล่าว 

รศ.นพ.ทวี กล่าวว่า ปีที่ผ่านมามีรายงานเด็กเป็นโรค IPD จำนวน 1,440 คน เสียชีวิตร้อยละ 10 พิการทั้งหู ตา สมอง ร้อยละ 20 ในกลุ่มปอดอักเสบมีรายงานปีละ 5-6 หมื่นคน เสียชีวิตร้อยละ 1 แต่ในจำนวนกลุ่มปอดอักเสบ 5-6 หมื่นคน เป็นเชื้อ IPD ร้อยละ 15-20 ซึ่งป้องกันได้ด้วยวัคซีน PCV