ใกล้ถึงวันเลือกตั้งใหญ่ วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 69 แล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะได้ทราบผลโหวตของคนไทย ว่าจะให้พรรคใดมาเป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาลบริหารประเทศไทยต่อไป

วันนี้ เดลินิวส์” จะพามาดูนโยบายของ 4 พรรคใหญ่ เกี่ยวกับเรื่อง “เทคโนโลยี” หรือ “ดิจิทัล” ที่ได้รวบรวมมาจาก นโยบาย ของ 4 พรรค ที่ได้ประกาศไว้บนเว็บไซต์ของพรรค ว่าจะมีวิสัยทัศน์นำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศด้วยนโยบายอย่างไรบ้าง โดยได้หยิบยกที่เด่นๆ มาบางส่วน ไปดูกันเลย เริ่มที่

พรรคประชาชน

 เปลี่ยนผ่าน “รัฐบาลดิจิทัล” สู่ “รัฐแพลตฟอร์ม”

โดยพรรคประชาชนมองว่า แม้ไทยเป็นรัฐบาลดิจิทัลแล้วแต่รัฐไทยยังให้บริการได้ไม่มีประสิทธิภาพ เกิดจากความซ้ำซ้อนและกระจัดกระจาย บริการรัฐไม่รวมอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว เกิด แอปพลิเคชัน ที่ทำหน้าที่ซ้ำกัน ขาดระบบ Digital ID ที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์

พรรคประชาชนจะพัฒนาการให้บริการประชาชน (Digital for Citizen-centric Services) บริการทั้งหมดจบที่แอปเดียว สร้างมาตรฐานบริการดิจิทัล ด้วยการออกแบบเว็บไซต์และ แอปฯ ของรัฐ ให้ใช้งานง่ายเหมือนกันทุกหน่วยงาน พร้อมต่อยอดระบบยืนยันตัวตนกลาง (Digital ID) ให้ประชาชนได้รับบริการทั้งภาครัฐและเอกชนโดยสะดวกและมีมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมพัฒนาพิกัดบ้านแห่งชาติแบบดิจิทัล (Place ID) เพื่อการช่วยเหลือภัยพิบัติและเยียวยาที่แม่นยำรายหลังคาเรือน

นอกจากนี้ จะพัฒนาการทำงานด้วยระบบดิจิทัล (Digital for Intelligent Processes) เพิ่มประสิทธิภาพตรวจจับทุจริตด้วยระบบ AI พร้อมเปลี่ยนสู่รัฐไร้กระดาษ (Paperless State) พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ ยกเลิกการคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น เปิดเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ New e-Budgeting, e-GP, New GFMIS, LHR และ New e-LAAS

การเปิดเผยโค้ดซอฟต์แวร์สาธารณะ หรือซอฟต์แวร์ภาครัฐที่ถูกพัฒนาโดยใช้งบประมาณของประเทศ จะต้องเปิดเป็น Public Code ก่อนเสมอ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะเดียวกันไปใช้ต่อยอดได้ ประหยัดงบประมาณประเทศ

และสร้าง “ศูนย์รวมเครื่องมือเชื่อมต่อระบบรัฐ” (Government Developer Portal) ที่เป็นศูนย์กลางหรือเว็บไซต์ที่รวบรวม “เครื่องมือเชื่อมต่อทางดิจิทัล” (API) ของหน่วยงานรัฐมาไว้ที่เดียว เพื่อให้โปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์นำไปต่อยอดได้ และให้รัฐเปิดเผยข้อมูลกลาง (Master Data) สำคัญในรูปแบบที่สามารถนำไปประมวลผลได้ (Machine-readable) และช่องทางเชื่อมต่อข้อมูล (API) ให้หน่วยงานรัฐใช้อ้างอิงได้เหมือนกัน และเอกชนสามารถต่อยอดได้ นอกจากนี้ จะจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุน “เมกะโปรเจกต์” ในการยกระดับทักษะคน ผ่านโครงการอบรมต่างๆ ฯลฯ

พรรคเพื่อไทย

นโยบาย AI for ALL เรียนทันโลก

ให้คนไทยทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตผ่าน AI Learning Platform โรงเรียนกว่า 1,000 แห่งใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยยกระดับครู นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงแรงงานวัยทำงานที่ต้องการ Upskill-Reskill ให้เท่าทันโลกสมัยใหม่ และสามารถสร้างรายได้ในอนาคต

ตั้ง AI Learning Platform แห่งชาติ รัฐแจกแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ด้าน AI ฟรีอย่างทั่วถึง เมื่อเรียนจบหลักสูตรจะได้รับ Digital Certificate และ Token เพื่อใช้เข้าถึง AI Engines ระดับโลก

นโยบาย E-commerce สัญชาติไทย

“ทวงคืนอธิปไตยดิจิทัลไทย สร้างเศรษฐกิจใหม่ที่กินได้จริง” มุ่งสร้างระบบนิเวศการค้าออนไลน์สัญชาติไทยที่สมบูรณ์แบบที่สุด ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และผลักดันให้ SME, สตาร์ทอัพ รวมถึงคนรุ่นใหม่ กลายเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน แก้ปัญหา “อาณานิคมดิจิทัล” จากแพลตฟอร์มต่างชาติ ในเรื่องค่าธรรมเนียม (GP) ข้อมูลไหลออก การทะลักของสินค้าข้ามชาติ ทำลายผู้ผลิตท้องถิ่น ฯลฯ

โดยมีมาตรการ “ไทยขายฟรี” (0% GP 2 ปีแรก) เว้นค่าธรรมเนียมการขาย: สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ขายสินค้าสัญชาติไทย จะได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายเป็นเวลา 2 ปีเต็ม

สนับสนุนทุนตั้งต้นดิจิทัล: รัฐสนับสนุนเครดิตการโฆษณาบนแพลตฟอร์ม (Ad Credits) สำหรับร้านค้าใหม่จากกลุ่มคนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพ เพื่อให้สินค้าไทยถูกมองเห็นได้มากขึ้น

ส่งถึงที่ ส่งเท่าทุน: รัฐสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนส่วนต่าง เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทยใน “ราคาต้นทุน” โดยไม่มีการบวกกำไรเพิ่ม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

Creative Economy Hub: สนับสนุนการ Live Commerce โดยใช้ Soft Power ไทย ผ่านสตูดิโอและอุปกรณ์ที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้ (เช่น ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชน) เพื่อให้คนรุ่นใหม่สร้างรายได้จากการเป็น “นักขายดิจิทัล”

National Data Asset: ข้อมูลการค้าบนแพลตฟอร์มนี้จะเป็นของคนไทย รัฐจะใช้ข้อมูลมหาศาล (Big Data) นี้เพื่อนำไปวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมให้ตรงกับความต้องการของตลาด ป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาดในอนาคต

1 อำเภอ 1 สตาร์ทอัพ

รัฐจะส่งเสริมให้มีสตาร์ทอัพเกิดใหม่เพิ่มขึ้น และมีเม็ดเงินลงทุนเอกชนในสตาร์ทอัพไทยเกิดขึ้นใหม่ และมีสตาร์ทอัพ Unicorn สัญชาติไทยเกิดขึ้นใหม่ ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพแห่งอาเซียน (ASEAN Startup Gateway)

โดยเร่งส่งเสริมสตาร์ทอัพระดับท้องถิ่น (โครงการ 1 อำเภอ 1 สตาร์ทอัพ) โดยการจัดตั้งสตาร์ทอัพสตูดิโอในแต่ละภูมิภาค (ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด หอการค้าจังหวัด) พร้อมสร้างระบบนำเสนอไอเดีย-บ่มเพาะ-สร้างรายได้-ขยายการลงทุน โดยภาครัฐให้ทุนตั้งต้น 500,000 บาท/ราย ให้ทดลองตลาด (Testbed) ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ และลดหย่อนภาษี 5 ปีแรก

นอกจากนี้จะสนับสนุนสิทธิประโยชน์และมาตรการทางภาษีสำหรับนักลงทุน Angel Investors และหน่วยงานที่ช่วยพัฒนาสตาร์ทอัพ สร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ เพื่อให้ธุรกิจใหม่เติบโตได้ง่ายขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์

 One-ID การยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว

 มาถึงพรรคเก่าแก่ที่ก่อตั้งมานาน มีนโยบาย One-ID การยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว และกระเป๋าเงินดิจิทัลประชาชน (Citizen Wallet) เพื่อลดขั้นตอนการติดต่อราชการที่ยุ่งยาก เสียเวลาเดินทาง และแก้ปัญหาความกระจัดกระจายของสิทธิและสวัสดิการ โดยให้ประชาชนใช้ One-ID เพียงครั้งเดียวในการติดต่อราชการทุกหน่วยงาน ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ และเลิกใช้สำเนาเอกสารกระดาษ

ขณะที่ Citizen Wallet จะใช้เก็บข้อมูลสำคัญ คือการรวมเอกสารและข้อมูลที่เคยอยู่ในรูปแบบกระดาษ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล จัดเก็บข้อมูลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของรัฐ เพื่อให้การให้สวัสดิการตรงวัตถุประสงค์ ตรวจสอบได้ และไม่ตกหล่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส ลดต้นทุนรัฐ ลดเวลาให้ประชาชน และยกระดับการให้บริการภาครัฐให้แม่นยำ ทันสมัย และเป็นธรรม

เน็ต 100 บาท: ทลายผูกขาด เพิ่มอำนาจประชาชน

ในปัจจุบัน ค่าอินเทอร์เน็ตแพงเกินความจำเป็น แต่ถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน ประชาชนจำนวนมากต้องจ่ายค่าบริการในราคาสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ขณะที่โครงสร้างตลาดกระจุกตัว ผู้ใช้บริการมีตัวเลือกน้อย ทำให้ต่อรองราคาไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย นักเรียน และพื้นที่ห่างไกล

ทางพรรคมีนโยบายให้อินเทอร์เน็ตเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ในราคายุติธรรม อาทิ:

• แพ็กเกจพื้นฐาน 100 บาท (USO): กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตทุกรายต้องมีแพ็กเกจมาตรฐานราคา 100 บาท

 •ใช้กองทุน USO อุดหนุนอย่างตรงจุด: นำเงินจากกองทุน USO มาอุดหนุนส่วนต่าง โดยเน้นพื้นที่ห่างไกล กลุ่มเปราะบาง และนักเรียน

 • ปลุกชีพค่ายมือถือรายย่อย (MVNOs): สนับสนุนค่ายเฉพาะกลุ่มให้ขายแพ็กเกจ 100 บาทได้อย่างยั่งยืน

• ขายส่งในราคายุติธรรม (Cost-plus): ส่งเสริมให้เจ้าของโครงข่ายรายใหญ่ขายส่งปริมาณอินเทอร์เน็ตให้ MVNO ในราคาต้นทุนบวกกำไรเล็กน้อย ตามเกณฑ์ กสทช.

• ความโปร่งใสของต้นทุน: กำหนดให้ผู้ให้บริการเปิดเผยต้นทุนต่อกิกะไบต์ (Cost per GB) ต่อ กสทช. และสาธารณะ เพื่อป้องกันการผูกขาด

พรรคภูมิใจไทย

นโยบาย Digital AI พลัส

สำหรับทางพรรคภูมิใจไทย มาครั้งนี้ชูนโยบาย Digital AI พลัส หวังยกระดับประเทศไทยสู่รัฐดิจิทัลอย่างแท้จริง ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการบริหารประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

รัฐดิจิทัลเต็มรูปแบบ ปรับระบบการทำงานราชการสู่ดิจิทัล ลดการใช้เอกสาร กระดาษ ลดความซ้ำซ้อน เชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานรัฐ เพื่อให้บริการประชาชนรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

AI เพื่อประชาชนทุกคน ให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ เอไอ พื้นฐานอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การทำงาน การประกอบอาชีพ เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล

เพิ่มทักษะ สร้างโอกาสใหม่ พรรคจะพัฒนาทักษะดิจิทัลและเอไอให้กับแรงงาน นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการ เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

AI แบบมีธรรมาภิบาล (Data Governance) ทางพรรคจะมีการวางกรอบจริยธรรม ความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้การใช้เอไอเป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ละเมิดสิทธิประชาชน

นโยบาย “พร้อมก่อนภัย เคียงข้างไทยทุกสถานการณ์”

นอกจากนี้อีกนโยบายที่น่าสนใจคือเรื่อง “ภัยพิบัติจากธรรมชาติ” โดยปรับปรุงระบบ ”เตือนภัย” เสริมอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยีดาวเทียม และเอไอระดับโลก เป็นการบูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงานด้วยความโปร่งใส วางแผนรับมือ ประสานงานอย่างแม่นยำ รวดเร็ว แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด มีการจัดทำผังอย่างละเอียดรายตำบล เพื่อการวางแผนจัดการเมื่อประสบภัย

ขณะที่การเยียวยา จะตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน ต้องเป็นสิทธิพื้นฐานที่ครัวเรือนประเทศไทยทั้งหมด 29,505,775 ครัวเรือนได้รับ ซึ่งทางภาครัฐจะจ่ายค่าประกันภัย 1,000 บาท ต่อครัวเรือน รวมมูลค่าเกือบ 30,000 ล้านบาท เมื่อเกิดน้ำท่วม เอไอจับข้อมูลได้ จะจ่ายทันทีครัวเรือนละ 100,000 บาท เพื่อความรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม

ทั้งหมดคือ นโยบายด้านเดิจิทัลของ 4 พรรคใหญ่ นโยบายไหนจะโดนใจประชาชนบ้าง ต้องให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นผู้ลง คะแนน เลือกในวันที่ 8 ก.พ. 69 นี้ ติดตามดูกัน!!