เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า กรรมการเงา แลนด์บริดจ์ ประเด็นที่ 4 ตกลงตรงนี้มีปะการัง/หญ้าทะเลหรือไม่? อธิบายให้เพื่อนธรณ์เข้าใจ กรอบการทำ EHIA จะมีระยะห่างจากโครงการ 3-5 กม. แน่นอนว่าปะการัง/แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไกลออกไปก็สำคัญ สุรินทร์ ริเชลิว สำคัญทั้งนั้น

แต่ระบบนิเวศที่อยู่ในกรอบพื้นที่สำคัญกว่า ในแง่การพิจารณาผลกระทบโครงการ การพิจารณาจะให้คะแนน หากไม่พบในกรอบ 5 กม. หมายถึงได้คะแนนเต็ม แต่ถ้าพบ คะแนนก็ลดลง คะแนนนี้สำคัญเพราะนำไปใช้พิจารณาความเหมาะสม/ความคุ้มค่า ยังนำไปใช้เรื่องการดูแล/ฟื้นฟู ฯลฯ ในกรณีระนอง พื้นที่อ่าวอ่าง EHIA ระบุว่าไม่พบแนวปะการัง/หญ้าทะเล ในรัศมี 5 กม. จากโครงการ

อย่างไรก็ตาม ผมลองนำแผนที่มาดู พบว่ากรอบเส้น 5 กม. ทับลงไปบนชายฝั่งบางส่วนของเกาะพยามและเกาะขาม จากนั้นผมนำแผนที่แนวปะการังของกรมทะเลมาเทียบ พบว่าที่เกาะขามมีแนวปะการัง สถานภาพสมบูรณ์ เมื่อลองตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเล ผมพบว่าในบริเวณนั้นมีหญ้าทะเลเช่นกัน สถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง
กรรมการเงาจึงมีข้อเอะใจ ตกลงในกรอบ 5 กม.จากท่าเรือโครงการ มีแนวปะการัง/หญ้าทะเลหรือไม่? มีกับไม่มี มันต่างกัน เพราะมันมีคะแนน มีการคำนวณที่ต่อเนื่องไปถึงผลสรุป ไม่ใช่แค่ “เป็นห่วงว่าอาจเกิดผลกระทบ” แต่มันส่งผลตรงกับการพิจารณา กรรมการเงาจึงตัดสินใจเลือกเป็นประเด็นที่ 4 ต่อจากสัตว์หน้าดิน พื้นที่แนวปะการังได้รับผลกระทบ และตะกอน 2 แสนไร่

ดังที่กล่าวไว้ กรรมการเงาไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับอนุกรรมการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล เราแค่ช่วยชี้เป้าประเด็นที่น่าสงสัยในแง่วิชาการ เพื่อความโปร่งใสในการชี้แจงด้านต่างๆ การทำความกระจ่างในเรื่องนี้ คงเป็นงานของคณะอนุกรรมการแลนด์บริดจ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล และมีองค์ประกอบเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่บุคลากรและอุปกรณ์พร้อมสรรพ
ตั้งกรรมการมาแค่ไม่กี่วัน ได้มาตั้ง 5 ประเด็น แสดงให้เห็นถึงอะไรบางอย่าง งบก็ไม่มี หน้าที่ก็ไม่ใช่ แต่ใจมันรักทะเลไปแล้ว จะให้ทำไง สุดปลายดันเจี้ยนคือลาสต์บอส “เงา” รออยู่ครับ อ่านคำอธิบายภาพจะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ



