นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการ  (บอร์ด) กสทช.  ได้พิจารณาแนวทางการกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  โดยที่ประชุม ได้เห็นชอบให้กำหนดแนวทางในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดังนี้  1.ให้สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบการดำเนินการตามเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการตั้งสถานีวิทยุคมนาคมสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณชายแดน ตามมติ กสทช. ครั้งที่ 11/2568 หากกรณีตรวจสอบพบสถานีวิทยุคมนาคมใดไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใด กสทช. อาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมฯ  ต้องดำเนินการติดตั้ง small cell ให้แล้วเสร็จในพื้นที่ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมฯ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการของประชาชนตามเดิม

 2. เห็นชอบให้กำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาตเพิ่มเติมให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยต้องควบคุมไม่ให้สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ล้ำข้ามเขตแดนของประเทศไทย อันเป็นเหตุให้ถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งมติ กสทช. ตามข้อความข้างต้น ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อนำไปปฏิบัติ

ทั้งนี้กรณีนี้หากตรวจสอบพบว่าสัญญาณล้ำข้ามเขตแดนประเทศไทยและก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานจะดำเนินการตามมาตรการทางปกครอง ตั้งแต่การเตือน เปรียบเทียบปรับ การพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด ยังได้พิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ประเภทที่ 2 ประจำปี 2567 โดยได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่เสนอขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน กทปส. เพิ่มเติม อีกจำนวน 7 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการส่งเสริมการเรียนเทคโนโลยี AioT ในโรงเรียน งบประมาณ 9,702,038 บาท   2. โครงการศึกษาแนวทางในการยกระดับการสื่อสารทางทะเล งบประมาณ 10,325,125.50 บาท  3. โครงการพัฒนาเครือข่ายโทรเวชกรรมเพื่อการวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร งบประมาณ 14,526,694.50 บาท 4. โครงการนำร่องการอบรมครูระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในเขตพื้นที่ USO NET งบประมาณ 6,403,629 บาท

5. โครงการสร้างแรงจูงใจและพัฒนาเยาวชนให้มีศักยภาพด้านทักษะดิจิทัล งบประมาณ 11,965,896 บาท 6. โครงการเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวงและร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ งบประมาณ 7,935,253.75 บาท  และ 7. โครงการสร้างความตระหนักรู้ และ การเข้าถึงสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม งบประมาณ 10,208,859.30 บาท