เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย นายอานนท์ ถนอมวงษ์ (สจ.ตูน) อดีต สจ.กาญจนบุรี เขต 2 และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีคลิปเสียงกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า คลิปเสียงดังกล่าวมีคำพูดที่ไม่เหมาะสม และอาจหมิ่นเหม่เรื่องของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ปฏิเสธว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่เป็นเสียงที่ดำเนินการโดย AI ขณะที่นายพนมได้แจ้งทางพรรค ว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย ขอให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการตามสมควร ซึ่งพรรคเพื่อไทยพิจารณาว่า คลิปเสียงดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ใช่เสียงของตน พรรคเพื่อไทยจึงต้องนำบุคคลที่อยู่ในคลิปสนทนาพูดคุยมาแถลงกับสื่อมวลชน ว่าคลิปเสียงที่ปรากฏมีความเป็นมาอย่างไร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

นายพนม กล่าวว่า ที่ตนมาแถลงข่าววันนี้ รู้สึกว่าตนเป็นผู้ได้รับความเสียหาย ประเด็นคลิปดังกล่าวที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียล และจากคำพูดในคลิปมีการพูดว่า พรรคของผู้พูดในคลิปจะเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน ส่วนพรรคที่ตนสังกัดอยู่จะต้องเป็นฝ่ายค้าน และมีการพูดต่อว่า ถ้าตนเป็นผู้แทนราษฎร ชาวบ้านจะไม่ได้อะไร เพราะเป็นฝ่ายค้านงบประมาณเขาไม่ให้ลงพื้นที่แน่นอน คำพูดนี้ทำให้คนที่สนับสนุนตนอาจมีการเปลี่ยนใจได้ เพราะหากเลือกไปแล้ว ไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้ ก็อาจจะเปลี่ยนใจจากสนับสนุนตนไปสนับสนุนคนดังกล่าวในคลิป จึงมาแถลงข่าววันนี้

ด้านนายอานนท์ กล่าวว่า ตนเป็นผู้อัดคลิปดังกล่าวด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 08.46 น. ซึ่งตอนนั้นตนได้อยู่กับนายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปิล๊อก จ.กาญจนบุรี วันนั้นได้มีโทรศัพท์เข้ามาที่นายปรีชา ที่อยู่ด้วยกันก็ขอคุยกับตน แต่ตนไม่รู้ว่าจะคุยอะไร เพราะก่อนหน้านั้นได้มีข่าวลือต่างๆ ว่ามีการคุยข่มขู่ จึงได้บันทึกคลิปไว้ เพื่อป้องกันตัวเอง และเมื่อได้ฟังคลิปก็ได้นำคลิปให้กับเพื่อนๆ หลายคน ดูกันว่าแบบนี้ผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง สส. ซึ่งทางนายปรีชา บอกว่าผู้ที่โทรฯ มาในคลิปคือเสียงของท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป

นายชูศักดิ์ กล่าวสรุปว่า ได้มีโทรศัพท์จากบุคคลดังกล่าวจะพูดด้วย ซึ่งทาง สจ. เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านี้มีการพูดจาข่มขู่กันพอสมควรว่าถ้าใครไม่เลือกอาจจะมีปัญหา ทาง สจ. จึงตัดสินใจบันทึกเสียงเอาไว้ ก่อนส่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณาว่าเป็นอย่างไร ต่อมานายพนมจึงร้องมาที่พรรคเพื่อไทย ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งพิจารณาแล้วเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ เช่น การใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ การสัญญาว่าจะให้ การทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 73 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 ก.พ. จึงมีมติว่าให้ดำเนินการร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ไต่สวน สอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียงดังกล่าว เพราะทำให้เกิดความเสียหาย พร้อมมอบหมายให้นายนรวิชญ์ เป็นผู้ไปยื่นเรื่องต่อ กกต. ในเวลา 14.00 น. วันเดียวกันนี้ 

เมื่อถามว่า อดีต สจ.ตูน ยืนยันได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงนั้นเป็นของนายศักดาเนื่องจากเจ้าตัวไปแจ้งความว่าไม่ใช่เสียงตนเอง ว่า นายอานนท์ กล่าวว่า เจ้าของโทรศัพท์ที่เอาให้ตนคุยก็พูดชื่อนี้ และเป็นคนขอสายคุยกับตน และมีสายนี้โทรเข้ามาคุยกับตนหลายครั้ง เพื่อชวนให้ตนไปช่วยหาเสียง แต่ไม่มีเรื่องการข่มขู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่โทรมานั้นน่าจะเป็นเบอร์ของลูกน้อง ซึ่งเป็นเบอร์ตามชื่อที่ปรากฏตามคลิป โดยเป็นเบอร์ของนายกอบต.คนหนึ่งที่รู้จักกัน ส่วนเหตุผลที่โทรหาตนนั้นคิดว่า เป็นอดีตสจ.พอที่จะมีประชาชนในพื้นที่รัก จึงคิดว่าอยากให้ตนช่วยในเรื่องของคะแนนเสียง 

เมื่อถามว่า เรื่องการดำเนินคดีสำหรับคลิปเสียงนั้นจะสามารถเป็นหลักฐานได้หรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า วันนี้อดีตสจ. ได้มอบคลิป และรับรองการถอดเทปให้ ถือเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งจะนำไปประกอบให้ กกต.สืบสืบสวนสอบสวนต่อไป

เมื่อถามว่า ที่ถูกกล่าวอ้างไปแจ้งความบอกว่าเป็นเสียง AI นั้น นายนรวิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการไปพิสูจน์กัน แต่คนที่คุยสายด้วยเขายืนยันแล้ว

เมื่อถามว่า นอกจากจะร้องเรียนตามกฎหมายเลือกตั้งกับ กกต. ในเนื้อหาคลิปอาจจะหมิ่นเหม่ไปยังเรื่องคดีมาตรา 112 ทางพรรคมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทางพรรคกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะถึงขั้นไหนค่อยว่ากัน แต่คิดว่ามีความหมิ่นเหม่อยู่หลายเรื่อง 

เมื่อถามว่า หลังจากที่มีคลิปปรากฏ ประชาชนในพื้นที่มีเสียงสะท้อนต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร นายพนม กล่าวว่า มีประชาชนหลายคนมาถามเลือกตนไปแล้วจะได้เป็นฝ่ายค้าน แล้วงบประมาณจะไม่ได้จริงหรือไม่ ซึ่งมีทั้งกังวล และรู้สึกตกใจ ทำให้คะแนนนิยมของตนกับคนที่อยากจะสนับสนุนเปลี่ยนใจได้ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านที่โทรฯ มาถาม และถามในขณะที่ลงพื้นที่ ทำให้ตนมีผลกระทบ เพราะคำพูดในคลิปเสียงชักชวนคนที่สนับสนุนตนชัดเจน และเหตุผลที่ตนต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากคู่กรณีในคลิปเสียงไปแจ้งความว่าเป็น AI ทำให้คุณอาจจะเข้าใจว่าเราเป็นคนสร้างขึ้น กุเรื่องขึ้นเพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเอง ซึ่งจะทำให้เป็นกระแสตีกลับมาที่ตนเองหากไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง 

เมื่อถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่าหลังจากมีการแถลงข่าวจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น นายพนม กล่าวว่า ตนไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะตนทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน คิดดี ทำดี เราไม่ได้คิดจะไปทำร้ายใคร และการมาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน

ขณะที่นายอานนท์ กล่าวว่า กลัว แต่ต้องถูกต้องมากกว่า ความถูกต้องและประชาชนต้องมาก่อน ตนอยู่กับการเมืองมานาน อยากให้การเมืองบ้านตน ชาวบ้านได้พัฒนา เหมือนที่นายพนมทำอยู่ ซึ่งดีอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

เมื่อถามว่า ความผิดรายบุคคลจะสามารถเชื่อมโยงความผิดไปยังพรรคต้นสังกัดของคู่กรณีได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า น่าจะโยงถึงพรรคได้หลายเรื่อง เพราะรู้อยู่แล้วว่าสมาชิกทำผิดกฎหมาย พรรคเพื่อไทยจึงมอบหมายให้นายนรวิชญ์ไปยื่นกับ กกต. ก่อน ส่วนเรื่องพรรคหรืออื่นๆ กำลังพิจารณา 

“เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เราต้องดูว่าการเมืองที่ว่าเป็นอย่างไร ถูกกฎหมายหรือไม่ เราก็ใช้สิทธิของเรา เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้ ท้ายสุดก็จะไม่เกรงกลัวอะไรกัน ต่อไปก็ใช้อำนาจรัฐทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เราต้องตัดสินใจ กรรมการบริหารพรรคจึงมีมติในเรื่องนี้ ขอดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง” นายชูศักดิ์ กล่าว