เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง อินฟลูเอนเซอร์ด้านจิตวิญญาณ และเจ้าของงานเขียนเรื่อง “เข็มทิศชีวิต” ได้โพสต์ข้อความภายหลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิดการแนะนำวิธีหลุดพ้นจากความจน โดยช่วงหนึ่งระบุว่า

“จงเป็นเพื่อนกับคนรวยอย่างน้อยคนหนึ่ง เพราะเพื่อนที่รวยจะสอนคุณว่าทำยังไงถึงจะรวย พวกเขาจะให้เงินคุณเพื่อเริ่มธุรกิจ คนจนจะทำได้แค่ทำให้คุณตกต่ำลง”

ต่อมา ล่าสุด ครูอ้อยได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ระบุว่า

“ขอบคุณทุกท่านที่ส่งความรักและกำลังใจมาให้นะคะ ปีที่ผ่านมา ดิฉันเดินทางกลับประเทศไทยบ่อย โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนที่กลับไปถึงสามครั้ง ได้ใช้เวลาในการนั่งสมาธิและพบปะเพื่อน ๆ อย่างเรียบง่ายและมีความสุข

ดิฉันเลิกสอนมานานแล้ว และตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มาหาดิฉัน ล้วนเป็นผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาในชีวิตและการเงิน

บางคนไม่พูดกับพ่อแม่มานานหลายสิบปี บางคนเป็นหนี้จำนวนมาก หลายร้อยล้าน หลายพันล้าน และได้ออกมาประกาศด้วยตนเองกลางไลฟ์และรายการโทรทัศน์ว่า สามารถปลดหนี้ได้หมดแล้ว สามารถไปรื้อดูไลฟ์เก่า ๆ ในเพจ ‘เข็มทิศชีวิต’ ได้ค่ะ

บางคนผิดหวังในความรัก อกหักซ้ำซาก แล้วได้พบคู่ชีวิต บางคนนอนไม่หลับ ไม่มีความสุข หมดไฟ ขาดทุน ธุรกิจไปต่อไม่ได้ ชีวิตก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อช่วยในส่วนที่ควรช่วยแล้ว ดิฉันก็แยกออกมาใช้ชีวิตของตนเองอย่างสงบ ไม่มีใครสามารถแบกรับชีวิตของผู้อื่นได้ตลอดไป

เมื่อเวลาผ่านไป บางคนไม่ได้พบกันนานหลายปี และอาจกลับไปเลือกวิธีคิดหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม ชีวิตจึงถดถอย เงินที่เคยมีก็หมดไป แล้วออกมาพูดจนเกิดความเข้าใจผิด

ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าทำไมชีวิตจึงเป็นเช่นนั้น ก่อนมาเจอดิฉัน และตอนที่ไม่ได้เจอกับดิฉันแล้ว เขามัวเมาอย่างไร อบายมุขอย่างไร ดำเนินชีวิตอย่างไร ปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างไร ไปกดดูไลฟ์เก่า ๆ ในเพจเข็มทิศนี้ดูค่ะ คนดี ๆ เขามองออกค่ะ

ตอนมาขอความช่วยเหลือก็พูดดี พอเราเลือกถอยออกมา กลับนำไปพูดในทางเสียหาย เหมือนคนมายืมเงิน พอไม่ให้ ก็เอาไปด่า

คนที่จิตใจขาดแคลน ต่อให้ได้เงินมาเท่าไร หากยังใช้นิสัยเดิม สุดท้ายก็หมดเหมือนเดิม

หลายคนเลือกเชื่อคนกุเรื่อง มากกว่ามองข้อเท็จจริง และไม่จำเป็นต้องปั่นกระแสคนจนคนรวย

คำว่า ‘จน’ ในความหมายของดิฉัน ไม่ได้วัดจากจำนวนเงิน แต่วัดจากจิตใจ คนที่พอ พอใจ พอมี และมีความสุข คือคนรวย

หลายคนอาจมีไม่มาก แต่มีใจงดงาม มีศักดิ์ศรี และได้รับความเคารพอย่างแท้จริง

ส่วนคนที่เห็นใครได้ดีไม่ได้ ลบหลู่ผู้มีพระคุณ พูดสิ่งไม่จริง ใส่ร้ายผู้อื่น คิดลบเป็นนิสัย ต่อให้มีเงินมากเท่าไร ก็ยังเป็น ‘คนจนในระดับดีเอ็นเอเพราะคิดไม่ดี’

ผลชีวิตจึงเป็นไปตามที่เขาแสดงออก เป็นคนไม่จำความดีคนอื่น แม้แต่พ่อแม่ของตนเองยังไม่ให้คุณค่า คนดี ๆ เขาไม่ทำกันค่ะ

ไม่มีใครมาหาดิฉันเพราะศาสนา อย่ากุเรื่องว่าเอาศาสนามาเรียกลูกค้า ลองคิดแบบมีสติ มีปัญญาดู จะเห็นได้ชัดเจน

ขบวนการจัดการปิดปากดิฉัน ดำเนินมา 21 ปีอย่างต่อเนื่อง ปลุกกระแสมาต่อเนื่อง คนที่ต้องการศาสนา เขาก็ไปวัด ไม่ใช่มานั่งจัดการชีวิต การเงิน และความคิดอย่างเข้มข้น

ต้องขยัน อดทน ทำงานจริง รักพ่อแม่ และแบ่งปัน เมื่อชีวิตเริ่มดี มีรายได้ และยังทำความดีอย่างต่อเนื่อง ชีวิตย่อมเดินไปในทางที่ดี

กลับไปดูรูป before-after ของแต่ละคนได้ค่ะ

ใช่ค่ะ ดิฉันเคยพูดถึงผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ดิฉันเลยถูกเล่นงานต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ชื่อเสียงถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ประเทศเรามีดราม่าแทบทุกสัปดาห์ ดิฉันอยากเห็นการสร้างคนระดับโลก ให้มากพอ ๆ กับการสร้างดราม่า

คนไทยที่มีศักยภาพระดับโลก มักต้องไปสร้างตัวในต่างประเทศ จนสำเร็จแล้วจึงค่อยกลับมา

คนทำชั่วมักมีเวลาว่าง เราจึงเห็นความวุ่นวายและความไร้สาระ ได้พื้นที่อยู่เสมอ

การพูดถึงผู้อื่นบนกรอบของข้อเท็จจริง คือรากฐานของสังคมที่มีปัญญา

คนดีและเก่งจำนวนมาก ไม่กล้าออกมาทำความสำเร็จ เพราะกลัวคำด่า คำตัดสิน และการถูกรีดไถ กลายเป็นเป้า

ขณะที่บางคนเล่นกระแสเก่ง ทำผิดก็กลายเป็นถูก ส่วนคนทำดี กลับถูกเพ่งเล็ง โดยไม่ดูข้อเท็จจริง

หากเป็นดิฉัน จะตั้งคำถามว่า ครูอ้อยถูกถล่มมากว่า 20 ปี เขารักษาใจให้แข็งแกร่งได้อย่างไร ทำงานให้รุ่งเรือง และยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร

ตั้งคำถามให้ถูก นั่นคือปัญญา

ผู้ที่กล่าวหา ดิฉันอยากถามว่า กล้าพูดสิ่งเหล่านั้นต่อหน้าพระแก้วมรกตหรือไม่

คนที่เชื่อ ลองถามตัวเองว่า สิ่งที่คนนินทาคุณมันจริงอย่างนั้นเหรอ

เลิกกุเรื่อง และใส่ร้ายคนทำความดีกันเสียที

อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอบคุณทุกบททดสอบ เพราะทำให้ดิฉันไม่ประมาท ตั้งใจทำงาน ขยัน อดทน และสงบ จนได้เติบโตมาอย่างมั่นคง

แม้บางคนมีเจตนาร้าย แต่พระเจ้าและพระพุทธเจ้า ทรงเปลี่ยนสิ่งนั้น ให้เป็นสิ่งดีแก่ดิฉันเสมอ

ท้ายที่สุด ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน เราไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมวงจรความคิดลบ เลิกทำลายกันเอง

ทำดีของคุณต่อไป เราทำดี ชีวิตก็ดีเสมอมา

ขอชวนทุกคนร่วมกันคิดดี และสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้สังคม

ความตั้งใจของดิฉัน คือสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถ ให้ยืนบนเวทีโลก และกลับมาสร้างประโยชน์ให้บ้านเกิด

ขอให้ชีวิตเราและครอบครัวของเรา เติบโตอย่างมีคุณภาพค่ะ”

ทั้งนี้ ครูอ้อยยังได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Dr. DDnard Zoul Meditation and Sleep App” โดยระบุว่า

“ครูอ้อยพูดว่า ให้คบแต่คนรวย จริงหรือ…ไม่จริงค่ะ”

พร้อมอธิบายว่า มีผู้สอบถามว่า หากอยากหลุดจากวงจรความจนซ้ำซาก ทำงานได้เงินมาก็เสียไป เก็บเงินไม่ได้สักที ต้องทำอย่างไร ครูจึงตอบว่า ให้ “คบคนรวย” อย่างน้อย 1 คนในชีวิต

โดยคำว่า “คนรวย” ของครูไม่ได้วัดจากเงินในบัญชี แต่วัดจาก “จิตใจ” หรือ Rich Mindset คือคนที่ไม่หวงความรู้ ไม่หวงโอกาส ไม่หวงคอนเนกชั่น และพร้อมช่วยให้คนอื่นยืนได้ด้วยตัวเอง

ทั้งยังระบุด้วยว่า ครูช่วยคนมามาก ทั้งแรง ทั้งทุน ทั้งโอกาส แต่บางคนเมื่อชีวิตดีขึ้น กลับลืม และกัดมือคนที่เคยช่วย พร้อมยกคำสอนว่า “ดื่มน้ำต้องรู้ที่มา” และกล่าวว่า “คนจิตจน ต่อให้ให้เท่าไรก็ไม่พอ”