เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 69 ที่ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาวโกศล รอง ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดกิจกรรมเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ โดยมี นายประจวบ รักแพทย์ รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.จ.ขอนแก่น นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรภาครัฐและเอกชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน พร้อมทั้งการร่วมปล่อยขบวนรณรงค์การใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ด้วยขบวนรถจักรยานยนต์และรถแห่ รวมทั้งการเดินรณรงค์ไปตามเส้นทางถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น

นายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.ขอนแก่น กล่าวว่า การออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันที่ กกต. ได้กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชน ในประเด็นคำถามว่า ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) เพียงเครื่องหมายเดียว ในช่องทำเครื่องหมาย คือเห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ การออกเสียงประชามติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบ หรือไม่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง เท่าเทียม และการเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญ ในการออกเสียงประชามติ นำไปสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตย ที่มาจากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน

“สำหรับกรณีที่มีคลิปการซื้อสิทธิ ขายเสียงเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียนั้นขณะนี้ กกต. ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และอยู่ในช่วงของการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีการมอบหมายให้ชุดสืบสวนสอบสวนของสำนักงาน กกต.จังหวัด ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจากคลิปที่เผยแพร่ในโซเชียลนั้น ทราบในเบื้องต้นว่าเป็นเขตเลือกตั้งที่ 9 อ.พล จ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายหรือมีผู้เข้ามาร้องเรียนในเรื่องนี้ ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบในเบื้องต้นก่อน ถึงที่มาที่ไปของคลิปดังกล่าว ใครเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีจุดประสงค์อย่างไร”

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดอีกครั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ที่จะมีหน้าที่โดยตรงที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ โดยกรณีที่ปรากฏและมีบุคคลมาร้องคัดค้านก็จะมีการดำเนินการ ทั้งนี้ถึงจะไม่มีผู้ร้อง แต่จากหลักฐานที่พบ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. อยู่แล้วที่จะดำเนินการ ไม่ว่าจะมีบุคคลผู้ร้องหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความปรากฏขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม กกต.ขอนแก่น ได้รับเรื่องร้องเรียนความผิดเกี่ยวกับการให้ที่เขต 5 ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงฝากแจ้งเตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้สมัครทุกคน ให้พึงระมัดระวังในเรื่องการกระทำที่เข้าข่ายในเรื่องการให้ ทั้งเงิน และสิ่งของ รวมถึงพี่น้องประชาชน ไม่ควรเรียกรับเงินทอง หรือผลประโยชน์ใดๆ ที่เป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เพราะการให้ การรับ จะมีความผิดทั้งผู้ให้และผู้รับด้วย.