เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.ห้วยใหญ่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ว่าพี่ชายถูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ญาติได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ทั้งนี้ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.บ้านโคก เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ น.ส.พิชญาภา คงศรี อายุ 49 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พี่ชายของตนคือ นายบำเพ็ญ คงศรี อายุ 55 ปี เป็นโสด ไม่มีลูกเมีย ส่วนพ่อและแม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนตนก็ไปทำงานอยู่ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ พี่ชายจึงอาศัยอยู่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง โดยมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 20.00 น. พี่ชายได้นั่งกินเหล้าอยู่ใต้ถุนบ้าน และเอะอะโวยวายเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านโทรฯ ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน
ปรากฏว่าได้มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกรวม 3 คน มาถึงก็ไม่พูดจา รุมทำร้ายร่างกายของพี่ชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนฟุบอยู่กับพื้น จากนั้นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและพวกก็ได้กลับไป ฝ่ายพี่ชายเมื่อรู้สึกตัวก็ได้กระเสือกกะสนขึ้นไปนอนซมอยู่บนบ้าน จนกระทั่งผ่านไป 2 วัน พี่ชายยังคงนอนซมอยู่บนบ้านเพียงลำพัง และร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เพื่อนบ้านจึงโทรฯ ตามให้ตนเองมาดู ซึ่งเมื่อมาเห็นตนถึงกับตกใจ เพราะพี่ชายอาการหนักมาก พูดจาแทบไม่ได้ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์
ต่อมาแพทย์แจ้งว่าถุงน้ำดีแตก ขั้วปอดฉีกขาด ลำไส้ใหญ่แตก แต่เนื่องจากถูกทิ้งไว้หลายวันจึงทำให้มีการแทรกซ้อน ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน เมื่อผ่าตัดเสร็จ อาการก็มีแต่ทรงกับทรุด กระทั่งพี่ชายจึงได้เสียชีวิตลง โดยแพทย์ได้ระบุสาเหตุการตายว่าลำไส้ฉีกขาดจากแรงวัตถุไม่มีคม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่พี่ชายรักษาตัว มีเพียงผู้ใหญ่บ้านที่เข้าไปเยี่ยม 2 ครั้ง ส่วนผู้ก่อเหตุไม่เคยโทรศัพท์สอบถามอาการหรือมาเยี่ยมแต่อย่างใด และเมื่อพี่ชายเสียชีวิตลง ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องเรียนผ่านสื่อ
ด้านนางธัญชนก ขันทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ห้วยใหญ่ เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าให้ไประงับเหตุคนเมาอาละวาดจะทำร้ายเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนั้นมาเฝ้าคนป่วยอยู่หน้าบ้าน โดยได้ใช้มีดขว้างใส่กลุ่มเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนถนน เกรงว่าจะได้รับอันตราย ตนจึงได้ประสานไปยังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ และฝ่ายปกครอง ให้เข้าไประงับเหตุ
เมื่อไปถึงปรากฏว่าผู้ก่อเหตุได้นั่งอยู่ในเปลใต้ถุนบ้าน จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจค้น แต่ผู้ก่อเหตุกลับชักมีดขู่ จึงได้มีการยื้อแย่ง และกดผู้ก่อเหตุให้นอนลงกับเปล จนทำให้เปลขาดกระแทกกับพื้น เมื่อตนไปถึง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 คน ก็ได้รายงานว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุได้สงบแล้ว จากนั้นจึงได้เดินทางกลับ ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ตนจึงได้เดินทางไปเยี่ยม กระทั่งได้ทราบว่าเสียชีวิต จึงได้เดินทางมาพบกับญาติที่บ้าน พร้อมทั้งแจ้งว่าพร้อมที่จะดูแลเยียวยา ซึ่งอาจจะเป็นหลังจากเสร็จงานศพแล้ว จึงจะมีการเจรจาการเยียวยา ส่วนในด้านคดีก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามกฎหมาย
สำหรับผู้ตายนั้นชอบดื่มสุราเป็นประจำเกือบจะทุกวัน เมื่อเมาก็จะเอะอะโวยวาย ท้าตีท้าต่อยกับเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านต้องโทรฯ แจ้งทั้ง 191 ตั้งตำรวจประจำตู้ ทั้งผู้ใหญ่บ้าน เป็นอย่างนี้ประจำ พอเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปควบคุมตัว เมื่อหายเมาแล้ว กลับมาบ้านก็เป็นแบบเดิมอีก จนเจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านเอือมระอากันหมดแล้ว
ด้านนายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานด้วยวาจาจากผู้ใหญ่บ้านแล้ว โดยเตรียมที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ซึ่งก็จะต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผิดจริง ก็ต้องถูกลงโทษทางวินัย ในส่วนของการเยียวยา ตนก็จะประสานให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดคุยเจราจากันหลังจากฌาปนกิจศพแล้ว ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



