เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ทีมนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำโดย นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมกับนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมด้วยอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านโครงกระดูกของกรมศิลปากร ร่วมกันเก็บโครงกระดูกมนุษย์โบราณภายในหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดี “ดอนยายทอง” หมู่ที่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

ก่อนเริ่มงานคณะทำงานและเจ้าของที่นา นางคนางค์-นายเจน เพชรสุด ได้ทำการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลและขออนุญาตเก็บโครงกระดูกขึ้นจากหลุม โดยมี นางประพิศ พงศ์มาก นักโบราณคดีเชี่ยวชาญ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร อาจารย์ ดร.นฤพล หวังธงชัยเจริญ คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นางเป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี น.ส.สุกัญญา เลิศวินิจนันท์ นักศึกษาปริญญาเอก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นางสาวปรียานุช จุมพรม หัวหน้ากองโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ในฐานะหัวหน้าทีมการขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ร่วมเก็บขุดชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องความชื้นและน้ำใต้ดินบริเวณหลุมขุด

โดย นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กล่าวว่า วันนี้ (2 ก.ค. 69) เป็นวันแรกที่นักโบราณคดีกรมศิลปากรร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่ายดำเนินการเก็บโครงกระดูกขึ้นออกจากหลุม ได้เรียนเชิญอดีตผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากรด้านโครงกระดูก (คุณประพิศ พงศ์มาศ) และอาจารย์ภาควิชาโบราณคดีซึ่งมีประสบการณ์การศึกษาวิเคราะห์กระดูกมาช่วยในการเก็บกู้และให้คำแนะนำแก่ทีมนักโบราณคดี สำหรับแนวทางในการเก็บโครงกระดูกในทั้งนี้ มีการวางแผนร่วมกัน วิธีการเก็บแบ่งออกเป็น 2 แนวทางคือ กลุ่มแรก ได้แก่ โครงกระดูกหมายเลข 1–4 ซึ่งมีการวางซ้อนทับกัน จะเก็บเป็นชิ้นส่วน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มที่ 2 โครงกระดูกหมายเลข 5–8 จะใช้วิธียกขึ้นทั้งแท่น โดยมีทางนักวิทยาศาสตร์ของกรมศิลปากรจะเข้ามาช่วยหาวิธีผนึกโครง เพื่อป้องกันการขยับและจะอยู่ร่วมสังเกตการณ์ด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ส่วนโครงกระดูกมนุษย์ที่พบใหม่เป็นโครงที่ 9 สันนิษฐานเป็นโครงกระดูกเด็กนั้นจะใช้วิธียกขึ้นบนแท่นเช่นเดียวกับกลุ่มที่ 2 เพราะเป็นห่วงสภาพของโครงค่อนข้างเปื่อย และมีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่กลางลำตัว ส่วนภาชนะอื่นที่ยังค้างอยู่ที่หลุม ได้เริ่มทยอยเอาขึ้นและจะทำงานคู่ขนานกับงานเก็บโครงกระดูก รวมถึงกลองมโหระทึกที่พบอยู่ภายในหลุมอีก 4 ใบ ก็จะนำขึ้นทั้งหมด

สาเหตุที่ทางสำนักฯ ต้องดำเนินการเก็บโบราณวัตถุขึ้นจากหลุมเพื่อส่งไปอนุรักษ์ตามกระบวนทางวิทยาศาสตร์ส่วนกลาง เนื่องจากสภาพของหลุมที่มีความชื้นแฉะอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และฤดูฝนในช่วงเวลานี้ รวมถึงสภาพอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยให้สภาพโครงกระดูกอ่อนแอ เปื่อยยุ่ย รวมถึงโบราณวัตถุประเภทโลหะมีสภาพผุกร่อนมากขึ้น คาดว่าการทำงานในช่วงสุดท้ายนี้น่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นทำการเคลียร์หลุม แถลงข่าวปิดหลุมอย่างเป็นทางการ รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ขุดค้นได้ รวมถึงเครื่องประดับทองคำ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินสี ฯลฯ ที่ขุดพบก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะนำโบราณวัตถุทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาข้อมูลต่อไป.