นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ  ว่า โจทย์ใหญ่ที่กระทรวงเกษตรฯ หนีไม่พ้นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือสภาวะเอลนีโญที่ประเทศไทยของเราเผชิญอยู่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน แต่กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมรับมือและป้องกันผลกระทบโดยการปรับแผนการเพาะปลูก และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งกรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมทั้งได้คาดการณ์ปริมาณน้ำต้นฤดูแล้งปี 2569/70 รวมถึงศึกษาแนวทางเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ ตอบสนองความต้องการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

“กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจการกำจัดวัชพืชและสิ่งขีดขวางอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้คล่องตัวมากขึ้น โดยปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องจักรไปแล้วกว่า 5.5 ล้านตัน การกำจัดด้วยแรงคนอีกกว่า 37,138 ไร่ ซึ่งเราได้เล็งเห็นว่ายังสามารถขยายผลเพิ่มปริมาณการกำจัดวัชพืชขึ้นได้อีก จึงเตรียมประชุมหารือแนวทางการใช้สารชีวภาพสำหรับฉีดพ่นผักตบชวา ให้เกิดการย่อยสลาย เพื่อลดปริมาณและต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ อีกทั้งจะมีการถอดบทเรียนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ซึ่งประสบความสำเร็จในกำจัดผักตบชวา เพื่อนำมาปรับใช้ในภารกิจของกระทรวงในภาพรวมต่อไป” นายสรวุฒิ กล่าว

ในส่วนการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทั้งกรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินงานป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยในพื้นที่สมุทรปราการ ปีงบประมาณ 2569 โดยออกหน่วยให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว รวม 2,572 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวม 4,029 ตัว สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรดินตามบริบทของพื้นที่ อาทิ การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ปัญหาดินกรด ดินเปรี้ยว ตลอดจนแก้ไขปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ โดยการส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกรและสนับสนุนสารชีวภัณฑ์ปรับปรุงดิน เช่น น้ำหมัก พด.6 น้ำหมัก พด.2 เป็นต้น