เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลเลื่อนการเข้าให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับบริษัทเครือข่ายโบรกเกอร์ Forex จากเดิมคือวันที่ 2 ก.ค. ไปเป็นวันที่ 6 ก.ค.นี้ ว่า เนื่องจากติดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีการโหวตกฎหมายสำคัญหลายฉบับ รวมถึงมีประชุมคณะกรรมาธิการหลายคณะ ซึ่งตนเป็นประธานคณะอนุคณะกรรมาธิการด้วย และตนยังมีภารกิจในวันที่ 3 ก.ค.ด้วย จึงขอเลื่อนการเข้าให้ข้อมูลต่อดีเอสไอไปเป็นวันที่ 6 ก.ค. แต่ตนยืนยันว่ามีข้อมูลพร้อม
เมื่อถามว่า มีการเตรียมข้อมูลเอกสารหรือหลักฐานสำหรับการชี้แจงอย่างไรบ้าง นายภาวุธ กล่าวว่า เตรียมไว้หมดแล้ว ยืนยันว่าชี้แจงได้ทุกอย่าง รวมถึงกรณีที่ดีเอสไอมีการเปิดเผยแผนผังเส้นเงินที่เชื่อมโยงกับบริษัท สปาร์ค ดิจิตอล ยืนยันว่าชี้แจงและตอบได้ทุกอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ รมว.ยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขเงินที่ถูกโอนเข้ามาในบัญชี ไม่น่าใช่การเทรดทองตามที่นายภาวุธชี้แจง นายภาวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้จะอยู่ในสำนวนการชี้แจงต่อดีเอสไอ ซึ่งตนควรจะชี้แจงต่อดีเอสไอโดยตรงมากกว่า อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรกังวล อะไรที่เป็นความจริง ก็พูดตามข้อเท็จจริงทั้งหมด
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คลิปวิดีโอที่ชวนให้ลงทุนเทรดทอง อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ นายภาวุธ กล่าวว่า หากดูจากคลิปวิดีโอแล้ว ตนเป็นหนึ่งในคนที่ไปเข้าเรียนเกี่ยวกับการเทรด จากนั้นก็ถูกสัมภาษณ์ถึงประสบการณ์การเทรด ตนไม่ใช่คนเดียวที่ถูกสัมภาษณ์ แต่ยังมีอีกหลายคน หากดูเนื้อหาให้ดี ไม่มีการชี้ชวนมาลงทุนเลย เป็นเพียงการเล่าประสบการณ์ของตัวเองล้วนๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเส้นเงินดังกล่าวอาจมีการโอนเข้าที่บัญชีของพรรคประชาชน จะกระทบกับพรรคหรือไม่ ทำให้นายภาวุธ และนายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ที่ยืนอยู่ด้วย ถึงกับร้องโอ๊ยพร้อมกัน ก่อนที่นายกรุณพลจะกล่าวว่า เรื่องนี้หากจะกระทบพรรค มองว่าคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่มีการโอนเงินบริจาคให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งน่ากังวลมากกว่า แต่ศาลยังชี้ว่าไม่มีมูล แต่นี่บริจาคหลักหมื่น ถ้ามีเส้นเงินขนาดนั้น ก็ดำเนินคดีได้เลย เราก็อยากเห็นมาตรฐานทางกฎหมายของประเทศไทยเช่นกัน

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรคประชาชนกดดันให้นายภาวุธลาออก นายกรุณพล ปฏิเสธทันทีว่า ไม่ ขอยืนยันว่าไม่มีใครกดดันให้ลาออก เรื่องนี้เป็นเพียงข่าวลือกันไปเอง เนื่องจากในวันที่พรรคมีการชี้แจง แต่นายภาวุธไม่ได้มาให้สัมภาษณ์ด้วย และเรื่องนี้อยู่ๆ ก็กลายเป็นกระแส ทั้งที่ยังไม่มีการชี้มูลความผิด และยังไม่เป็นผู้ต้องหา แต่เป็นการโยนชื่อเข้ามาในวงสัมภาษณ์ ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีอดีตอธิบดีดีเอสไอที่เคยนำชื่อบุคคลหนึ่งเข้ามาในการแถลงข่าว แต่สุดท้ายก็ติดคุก ครั้งนี้จึงอยากให้เป็นบรรทัดฐานเกิดขึ้นกับดีเอสไออีก เพราะเป็นการแถลงข่าวเหมือนกับว่าคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นผู้มีส่วนร่วมในอาชญากรรมใดก็ตาม จึงอยากให้การแถลงข่าวที่มีการเปิดชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีการไตร่ตรอง ว่าการทำงานแบบนี้เป็นแค่การทำกระแสการเมืองหรือไม่ และอย่าพยายามสร้างกระแสข่าวเพื่อกลบประเด็นใดๆ เป็นข้าราชการในฝ่ายยุติธรรม ก็ควรยึดหลักความยุติธรรม
ด้านนายภาวุธ กล่าวว่า ตนเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จะลาออกทำไม
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ยังคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า แล้วแต่ประชาชนจะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่.



