สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ว่านายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ต้อนรับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ในโอกาสเยือนกรุงนิวเดลีอย่างเป็นทางการ


ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศร่วมกันลงนามในข้อตกลง ยกระดับความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โลหะ พลังงาน และกลาโหม รวมถึงเห็นชอบให้จัดทำแผนงานร่วมด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ


ทาคาอิจิกล่าวว่า ญี่ปุ่นและอินเดียจะใช้จุดแข็งของกันและกัน เพื่อสร้างการเติบโตและความมั่งคั่งร่วมกัน พร้อมระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีความผันผวน การสร้างความร่วมมือที่เกื้อหนุนกันมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น


การเยือนของผู้นำญี่ปุ่นในครั้งนี้เกิดขึ้น ต่อเนื่องจากการที่โมดีเดินทางเยือนกรุงโตเกียวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งญี่ปุ่นประกาศเพิ่มการลงทุนในอินเดียมากกว่าสองเท่า เป็นมากกว่า 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.03 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลา 10 ปี


ด้านข้อมูลของรัฐบาลอินเดียระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศในปีงบประมาณ 2568/2569 อยู่ที่ 27,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 915,750 ล้านบาท) ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นในอินเดีย ระหว่างเดือน เม.ย.-ธ.ค. 2568 มีมูลค่า 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 106,560 ล้านบาท)


ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์ว่า ผู้นำทั้งสองหารือในประเด็นต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พลังงาน เทคโนโลยีเกิดใหม่ ความร่วมมือด้านกลาโหม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน พร้อมทั้งรับรองเอกสารสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านพลังงาน และความร่วมมือด้านเอไอ


โมดีกล่าวว่า การผสานเทคโนโลยีความแม่นยำของญี่ปุ่นเข้ากับศักยภาพด้านซอฟต์แวร์ของอินเดีย จะเป็นแรงผลักดันครั้งใหม่ให้กับการพัฒนาเอไอของโลก


นอกจากนี้ อินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสมาชิกของกรอบความร่วมมือจตุภาคี “ควอด” ร่วมกับสหรัฐและออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงพัฒนายุทโธปกรณ์ร่วมเป็นครั้งแรก โดยกรอบความร่วมมือดังกล่าวได้รับการจับตาอย่างกว้างขวางว่า มีเป้าหมายเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS