จากกรณี ตาน้องกร ได้นำเงินชดเชยเยียวยา จากการเสียชีวิตของแม่น้องกรไปใช้ส่วนตัว จนสร้างความไม่สบายใจให้ฝั่ง ปู่ย่า-ลุง ที่เลี้ยงน้องกรมา จนต้องไปปรึกษากับอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้น เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) เปิดเผยว่า ทางสำนักงานอัยการได้เข้ามารับเรื่องและดูแลเคสนี้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการประสานงานร่วมกับอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ บุรีรัมย์ เพื่อเตรียมตั้งผู้ปกครองตามกฎหมายให้กับน้องกร และนัดหมายฝ่ายคุณตาเข้ามาพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องการจัดการเงินเยียวยาที่ได้รับไปก่อนหน้านี้ให้เกิดความเป็นธรรม

และการตั้งผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิตตามกฎหมาย เนื่องจากคุณพ่อน้องเสียไปตั้งแต่น้องอายุหนึ่งขวบ น้องอาศัยอยู่กับคุณปู่ และรักคุณลุงคนหนึ่งเหมือนพ่อ ต่อมาคุณลุงที่น้องมีความสนิทสนมมากก็มาเสียชีวิตไปอีก และทางคุณแม่ก็ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ กับคุณตา น้องต้องสูญเสียคนที่รักเหมือนพ่อถึงสองครั้ง จึงขอให้ผู้ห่วงใยได้ทราบว่าตอนนี้ พมจ. และอัยการคุ้มครองสิทธิฯ บุรีรัมย์ ได้ช่วยดูแลให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายแก่น้องอยู่แล้ว

สำหรับเงินเยียวยาที่ คุณตา ได้รับและนำไปใช้ ทางอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จะได้ดำเนินการให้ความรู้แก่คุณตาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากนำเงินไปใช้โดยไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิของตน อาจเกิดปัญหาตามมา ซึ่งข้อเท็จจริงตอนนี้ยังอาจได้รับเงินเยียวยาเพิ่มเติม และทางคดีอาญาที่อัยการยื่นฟ้อง อัยการก็จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายเพิ่มให้อีก พนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จะได้ดำเนินการทำความเข้าใจกับคุณตา และแบ่งเงินเยียวยา เงินค่าเสียหายในอนาคต ให้ถูกต้องยุติธรรมตามกฎหมายต่อไป ​ทางอัยการเน้นย้ำว่าแม้เงินเยียวยาจะไม่ใช่ทรัพย์มรดก เนื่องจากได้รับมาหลังการเสียชีวิต แต่ทางกฎหมายแล้วยังมีคดีอาญาเหลืออยู่ ซึ่งทางอัยการพร้อมจะใช้อำนาจตามกฎหมายมาตรา 44/1 เพื่อยื่นคำร้องขอค่าเสียหายและคุ้มครองสิทธิให้กับเด็กโดยไม่มีค่าธรรมเนียมศาลแพ่ง

นอกจากเคสของน้องกรแล้ว ทางอัยการยังเคยมีประสบการณ์ไกล่เกลี่ยในลักษณะเดียวกัน เช่น กรณีเด็กในจังหวัดศรีสะเกษที่อัยการช่วยจัดสรรเงินเยียวยาระหว่างพ่อและแม่ที่แยกทางกัน โดยกำหนดให้ฝ่ายที่ได้รับเงินมากกว่าต้องรับผิดชอบค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าเล่าเรียนของบุตรตามสิทธิที่ควรได้รับ ซึ่งหากภายหลังไม่มีการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง อัยการสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีสภาพบังคับตามกฎหมายได้ทันที

ดังนั้นขอให้ประชาชนที่ติดตามข่าวสบายใจได้ เพราะเรื่องนี้อัยการคุ้มครองสิทธิได้รับเรื่องเข้ามาดูแลจัดการเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงผู้เสียหาย ญาติผู้เสียหาย จากทุกเหตุการณ์ว่า เงินเยียวยา เงินค่าเสียหาย ทั้งจากรัฐและคู่กรณี ถ้าไม่รู้กฎหมายอย่านำไปใช้จ่ายตามอำเภอใจ อาจมีปัญหาการตรวจสอบตามมา จึงต้องแบ่งเงินและใช้เงินให้ถูกต้อง ถ้าไม่รู้ อัยการช่วยได้ โทรฯ ปรึกษาสายด่วนฟรี โทร 1157 หรือเดินเข้าหาอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ทุกจังหวัดสาขาใกล้บ้านไปปรึกษาให้มีความรู้ถูกต้องตามกฎหมายและแบ่งเงินกันตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาชีวิตตามมา ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน