กลายเป็นดราม่าร้อนที่ทำเอานักร้องสาวคนเก่ง “กระแต อาร์สยาม” ถึงกับโดนหางเลขไปเต็มๆ หลังจากที่เธอยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือรุ่นพี่อย่าง “นานา ไรบีนา” ในช่วงที่ฝ่ายหลังกำลังประสบมรสุมชีวิตอย่างหนัก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง บางรายถึงขั้นขู่จะเลิกสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของสาวกระแต พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมไม่ให้ยืมเงินไปใช้หนี้แทนการช่วยเยียวยาจิตใจ

ล่าสุดในงานรำแก้บน ณ Vintage Vespa Thailand ทรงวาด สาวกระแตได้เปิดใจถึงประเด็นนี้อย่างตรงไปตรงมา
“ที่ผ่านมาช่วงปีใหม่ เขาก็มีความเครียดเป็นปกติ ต้องพูดว่าปกติ เพราะคนเราจะไม่เครียดได้ไงเจอปัญหาขนาดนั้น แต่ดีขึ้นเพราะว่าเราก็ให้กำลังใจ แล้วก็ใช้ความรู้สึกที่ดี จริงๆ เป็นพลังงานดีๆ ที่เราไม่ได้หวังอะไรกับเขา เราเข้าไปเพราะเราเป็นน้องสาวที่เราร่วมงานกัน แล้วเราไม่เคยมีปัญหา แน่นอนว่าแตก็ไม่ได้รู้หรอกว่าพี่เขามีเส้นทางแบบไหน เขาอาจจะมีอะไรผิด กับแตเราไม่ได้มีปัญหากัน เราก็เลยรู้สึกว่าอย่างน้อยเขามีพลังงานดีๆ จากเรา มีกำลังใจ เขาก็จะได้ลุกขึ้นสู้ในการที่จะแก้ปัญหา เพราะว่าถ้าเกิดวันหนึ่งเขาล้มแล้วเราพากันเหยียบหรือว่าไม่ได้ให้กำลังใจ เขาจะลุกขึ้นมาแก้ปัญหายังไง แตก็เลยมองว่าเราอยากเป็นน้องที่ส่งรอยยิ้มและส่งพลังบวกให้เขา ก็น่ารัก พี่เขาก็ดีใจ

คือด้วยความที่พอเขาเครียดมากๆ ร่างกายเรามันจะมีแต่พลังงาน หน้าตาเขาก็ไม่ได้สดใส เราก็พยายามให้เขาเข้าใจธรรมชาติ เหมือนไปรู้จักกับพลังงานบวก แล้วก็เอาขันทิเบตไปตีเพื่อทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เข้าสู่พลังงานธรรมชาติแค่นั้นเลยค่ะ ไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วเขาก็รู้สึกดีขึ้นเพราะเขารู้สึกว่ามันเบา มันโล่งขึ้น ถามว่างงไหมที่อยู่ๆ โดนทัวร์ลง ไม่งง เข้าใจได้ค่ะ หนูแบบโดนแรงมาก บางคนบอกว่าตอนแรกสนับสนุนลิปกระแตนะ แต่พออย่างนี้คือเลิกซื้อแล้ว ส่วนคอมเมนต์ที่ถามว่าทำไมไม่ให้เขายืมเงิน ก็นานาจิตตัง เราจะไปตอบทุกคนและให้ทุกคนเข้าใจเราไม่ได้แหละ แต่คิดว่าวันหนึ่งเขาจะเข้าใจว่าทำไม แล้วแตเชื่อว่าการส่งพลังงานดีๆ ให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
ส่วนเรื่องการยืมเงิน เขาไม่เคยมายืมเงินหนูนะ ไม่เคยเลยจริงๆ ทุกครั้งมีแต่ถามว่าหนูจะสวดมนต์วันไหนลูก เหมือนเขาพยายามหาที่พึ่ง แล้วเราจะทิ้งเขาเหรอ เราจะหันหลังเหรอ มันไม่ได้ คือที่บ้านแตจะมีเทวาลัยใช่ไหม แล้วแตก็ตีขันเป็นประจำอยู่แล้ว สวดมนต์ทุกวัน แล้วเขาก็จะทักว่าวันนี้น้องไปไหนไหม วันนี้น้องสวดมนต์ไหมพี่อยากเข้าไปหาแค่นั้นเลย

แตเชื่อว่าเขาจะหลุดพ้นจากปัญหาโดยที่ไม่ทิ้งปัญหา เขาเป็นคนน่ารักนะ คือสำหรับหนูนะ สัมผัสที่หนูเจอกัน เขาสู้อยู่ค่ะ แล้วหนูเชื่อว่าเขาจะเริ่มต้นใหม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าเส้นทางเดิมเขารู้แล้วว่าอะไรผิด แต่เรื่องคนที่มาโจมตีมันขอกันไม่ได้หรอก ห้ามกันไม่ได้ เพราะว่าสิ่งที่ผิด เขาก็สมควรโดนในสิ่งที่ผิด ทุกคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ที่แปลว่ามันมีเหตุและผลที่ทุกคนต้องโดน แต่วันหนึ่งถ้ารู้สึกสบายใจแล้ว เห็นความดีความชอบ เห็นที่เขาตั้งใจที่จะเปลี่ยนตัวเอง แล้วก็ให้กำลังใจกันก็น่าจะดี แตว่าทุกคนจะเข้าใจว่าสิ่งที่แตทำมันเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มนุษย์ควรส่งต่อกันแค่นั้นเลย เราแชร์สิ่งดีๆ ให้กัน พลังงานดีๆ มันก็ดีกว่าการไปคิดลบต่อกันนะ คิดลบสมองเราก็เจอแต่เรื่องราวที่ไม่ดี ถ้าเราคิดบวกเราก็จะเจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามา”




